The undertaker

The undertaker Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from The undertaker, Dead valley, Austin, TX.

ประวัติอายุของอันเดอร์เทคเกอร์ที่มีปัญหา

ประวัติจริงของ ดิอันเดอร์เทเกอร์ เกิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 1962 เพราะ เจ้าตัวมายืนยันแล้วว่าตนเองเกิดปี ค.ศ 1962 แต่ทาง WWE บอกประวัติไว้ผิดซึ่งบอกไปเป็นปี ค.ศ. 1965 เพราะ ถ้าดิอันเดอร์เทเกอร์ เกิดปี ค.ศ. 1965 จริงทำไมตอนที่อันเดอร์เทเกอร์ได้แชมป์โลก WWE สมัยแรก เขาไม่ได้เป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดในช่วงนั้น เพราะ ตอนที่ เดอะ ร็อก ได้แชมป์โลก สมัยแร

กแค่อายุ 26 ปีเท่านั้น ถ้าบอกมาว่า อันเดอร์เทเกอร์เกิดปี ค.ศ. 1965 จริง เจ้าตัวก็ต้องได้เป็นแชมป์ที่อายุน้อยที่สุดแล้วเพราะตอนที่อันเดอร์เทเกอร์ได้แชมป์ แค่อายุ 26 ปีเหมือนกัน ได้แชมป์โลกเส้นแรก เมื่อปี 1991 ศึกเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ ได้จาก ฮัลค์ โฮแกน ดังนั้น เจ้าตัวเลยมาบอกว่าตนเองเกิดปี ค.ศ. 1962 และตอนที่ได้แชมป์โลกสมัยแรกคือตอนอายุ 29 ปี
ประวัติในสังเวียนมวยปล้ำอาชีพ

อันเดอร์เทคเกอร์ เริ่มอาชีพมวยปล้ำในสมาคม เวิลด์แคลสแชมเปียนชิปเรสต์ลิง หรือ WCCW ในปี ค.ศ. 1984 จากนั้นเขาได้ปล้ำให้กับสมาคม WCW ในชื่อ "มีน" มาร์ค คอลลัซ และหมดสัญญา ในปี ค.ศ. 1990 เขาจึงได้ย้ายไปปล้ำในสมาคม WWF หรือ WWE ในปัจจุบัน ซึ่งเขาปรากฏตัว ในเดือนพฤศจิกายน ในปีนั้นเอง ในปัจจุบัน อันเดอร์เทคเกอร์ ถือว่าเป็นนักมวยปล้ำผู้อาวุโสที่ยังคงปล้ำให้กับสมาคม WWE มาจนถึงทุกวันนี้
[แก้]เวิลด์เรสต์ลิงเฟเดเรชั่น / เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (1990 - ปัจจุบัน)
ในสมาคม WWE อันเดอร์เทคเกอร์ ได้รับบทนักมวยปล้ำถึง 2 คาแรคเตอร์ด้วยกัน ได้แก่ เดอะ เดทแมน (สัปเหร่อหรือผีดูดเลือด) และ อเมริกัน แบด แอส (นักเลงขี่มอเตอร์ไซค์ชาวอเมริกัน) ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และในบทนั้นเขามีน้องชายเป็นนักมวยปล้ำที่มีฉายาเป็นสัตว์ประหลาดยักษ์นามว่า เคน (เกลน จาคอบส์) ซึ่งทั้งคู่ได้ร่วมกลุ่มเป็นคู่แทคทีมนามว่า เดอะ บราเธอร์ ออฟ เดสตรัคชั่น อันเดอร์เทคเกอร์ มีชื่อเสียงโด่งดังจากสถิติไร้พ่าย ในศึก เรสเซิลเมเนีย ทั้ง 19 ครั้ง ด้วยสถิติ 19-0 อันเดอร์เทคเกอร์ เป็น แชมป์โลก WWE 7 สมัย (แชมป์ WWE 4 สมัย และ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สมัย) นอกจากนั้น อันเดอร์เทคเกอร์ ยังเป็นผู้ชนะ รอยัลรัมเบิล ประจำปี 2007 ซึ่งเป็นคนแรกใน ประวัติศาสตร์ ที่ออกมาเป็นอันดับที่ 30 และได้เป็นผู้ชนะอีกด้วย ปัจจุบันเขาได้แต่งงานกับ (มิเชล แมคคูล) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ปี 1991
ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ จิมมี่ สนูกก้า ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 7 เป็นครั้งแรกของ ดิอันเดอร์เทเกอร์ และสามารถเอาชนะ จิมมี่ สนูกก้า มาได้สำเร็จด้วยสถิติ 1-0 (สมัยนั้นยังไม่การจดจำสถิติ)
ปี 1992
ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ เจค โรเบิร์ตส์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 8 สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะ เจค โรเบิร์ตส์ มาได้สำเร็จด้วยสถิติ 2-0
ปี 1993
ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ ไจแอนท์ กอนซาเลส ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 9 สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะ ไจแอนท์ กอนซาเลส มาได้สำเร็จด้วยสถิติ 3-0 ปี 1995
ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ คิง คอง บันดี้ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 11 สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะ คิง คอง บันดี้ มาได้สำเร็จด้วยสถิติ 4-0
ปี 1996
ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ เควิน แนช ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 12 สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะ เควิน แนช มาได้สำเร็จด้วยสถิติ 5-0
ปี 1997
ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ ไซโค ซิด ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 13 ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์ WWF โดยไม่มีกติกา สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะ ไซโค ซิด คว้าแชมป์ WWE มาได้สำเร็จและสร้างสถิติ 6-0
ปี 1998
ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ เคน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 14 สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะ เคน มาได้สำเร็จด้วยสถิติ 7-0
ปี 1999
ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ บิ๊ก บอส แมน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 15 กติกานรกในกรงเหล็ก ใครแพ้ต้องถูกจับแขวนคอ สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะ บิ๊ก บอส แมน มาได้สำเร็จด้วยสถิติ 8-0
ปี 2001
ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ ทริปเปิล เอช ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 17 ถ้าอันเดอร์เทเกอร์ ชนะ จะพ้นโทษถูกจับกุม สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะ ทริปเปิล เอช และพ้นโทษถูกจับกุมมาได้สำเร็จและสร้างสถิติ 9-0
ปี 2002

ดิอันเดอร์เทเกอร์ เล่นงาน ริก แฟลร์ ด้วยท่า Tombstone Piledriver ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 18
ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ ริก แฟลร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 18 สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะ ริก แฟลร์ มาได้สำเร็จด้วยสถิติ 10-0 (เป็นการนับสถิติไร้พ่ายของอันเดอร์เทเกอร์อย่างเป็นทางการครั้งแรก)
ปี 2003
ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ บิ๊กโชว์ และ เอ-เทรน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 19 กติกาการปล้ำ 2 รุม 1 โดยอันเดอร์เทเกอร์โดนรุม เดิมเป็นกติกาแทคทีมโดยจับคู่กับ นาธาน โจนส์ สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะ บิ๊กโชว์ และ เอ-เทรน มาได้สำเร็จด้วยสถิติ 11-0
ปี 2004
ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้กลับมารับบท เดอะ เดทแมน (สัปเหร่อ) อีกครั้ง และได้ปล้ำกับ เคน เป็นครั้งที่ 2 สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายชนะ เคน ทำให้ ดิอันเดอร์เทเกอร์ สร้างสถิติเป็น 12-0 ไปได้สำเร็จ
ปี 2005
ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 ดิอันเดอร์เทคเกอร์ ได้ปะทะกับนักมวยปล้ำนักฆ่าตำนาน อย่าง แรนดี ออร์ตัน สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ จัดการ แรนดี ออร์ตัน ด้วยท่า Tombstone Piledriver และสามารถหยุดสถิตินักฆ่าตำนานไว้ได้และสร้างสถิติเป็น 13-0 ไปได้สำเร็จ จากนั้น แรนดี ออร์ตัน ก็ลอบทำร้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ตลอดเวลา และท้าเจอกันในศึก Armageddon 2005 ในการปล้ำ เฮลล์อินเอเซลล์ แมทช์ สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็สามารถเอาชนะ แรนดี ออร์ตัน ไปได้สำเร็จ
ปี 2006

ดิอันเดอร์เทเกอร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22
ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22 ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ มาร์ก เฮนรี ในการปล้ำจับยัดใส่โลงศพ สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายจับ มาร์ก เฮนรี ยัดใส่โลงศพ ทำให้ ดิอันเดอร์เทเกอร์ เป็นผู้ชนะและสร้างสถิติเป็น 14-0 ไปได้สำเร็จ
ปี 2007
ในศึก รอยัลรัมเบิล (2007) ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เป็นผู้ชนะ รอยัลรัมเบิล ประจำปี 2007 ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ บาทิสตา ในการเดินพันระหว่าง แชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ สถิติที่ไม่เคยแพ้ใคร 14-0 ผลปรากฏว่า ดิอันเดอร์เทเกอร์ จัดการ บาทิสตา ด้วยท่า Tombstone Piledriver และสามารถคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท มาครองได้พร้อมกับสร้างสถิติเป็น 15-0 ไปได้สำเร็จ
ปี 2008
ในศึก โนเวย์เอาท์ (2008) ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้เป็นผู้ชนะจากแมตซ์กรงเหล็ก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ จากการหาผู้ท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในศึก เรสเซิลเมเนีย ก็ได้สิทธิ์ชิงแชมป์โลกกับ เอดจ์ และในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 24 ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็สามารถเอาชนะ เอดจ์ ด้วยท่า เฮลล์ เกท คว้าแชมป์ไปได้พร้อมกับสถิติ 16-0 แต่อีกเดือนถัดมา วิคกี เกอร์เรโร ก็สั่งปลด ดิอันเดอร์เทเกอร์ ออกจากตำแหน่งแชมป์ โดยอ้างว่า อันเดอร์เทคเกอร์ ใช้ท่า เฮลล์ เกท ในการต่อสู้กับ เดอะ เกรท คาลี ซึ่งเป็นท่าที่อันตราย ทำให้ตำแหน่งแชมป์ว่าง เอดจ์ และ อันเดอร์เทคเกอร์ ต้องไปเจอกัน ในศึก วันไนท์สแตนด์ (2008) ในแมตช์การปล้ำ Tables, Ladders, and Chairs Match และ เอดจ์ ก็ได้แชมป์อีกครั้งจากการช่วยเหลือของ เคิร์ท ฮอว์กินส์และแซค ไรเดอร์ ส่งผลให้ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ถูกไล่ออกไปในที่สุด
วิคกี เกอร์เรโร ก็รู้ว่า เอดจ์ เป็นชู้กับ คริสตัล ทำให้ วิกกี้ จึงเรียกตัว ดิอันเดอร์เทเกอร์ กลับมา WWE อีกครั้ง โดยเจอกับ เอดจ์ ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2008) ในแมตซ์ Hell In A Cell และสุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็สามารถล้างแค้น เอดจ์ ได้สำเร็จ
บิ๊กโชว์ ได้ไปลอบทำร้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ทำให้ ดิอันเดอร์เทเกอร์ แค้นมากจึงไปขอท้าเจอกับ บิ๊กโชว์ ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) ในรูปแบบการปล้ำ (Casket Match) จับคู่ต่อสู้ยัดใส่โลงศพ สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็สามารถเอาชนะ บิ๊กโชว์ ไปได้สำเร็จ ปี 2009
ดิอันเดอร์เทเกอร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25
JBL ได้ออกมาเล่าเหตุการณ์ ในศึก โนเวย์เอาท์ (2009) แล้วประกาศว่าตนจะเป็นคู่ต่อสู้กับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 ชอว์น ไมเคิลส์ ก็ออกมาแล้วบอกว่า ถ้าจะไปเจอกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ให้ชนะตนเสียก่อนเพื่อหาผู้ชนะไปเจอกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ แล้ว ชอว์น ไมเคิลส์ ก็เป็นฝ่ายชนะแต่ วลาดิเมียร์ คอซลอฟ ได้ออกมาทำร้าย ชอว์น ไมเคิลส์ เพราะ ต้องการที่จะไปเจอกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ อาทิตย์ต่อมา จึงเป็นศึกระหว่าง ชอว์น ไมเคิลส์ กับ วลาดิเมียร์ คอซลอฟ เพื่อหาผู้ชนะไปเจอกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ อีกครั้ง ท้ายที่สุด ชอว์น ไมเคิลส์ ก็เป็นฝ่ายชนะ แล้วได้ไปเจอกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ผู้ที่ไม่เคยแพ้ใคร ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 มาก่อน ด้วยสถิติ 16-0 ผลปรากฏว่า ชอว์น ไมเคิลส์ เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ทำให้ ดิอันเดอร์เทเกอร์ สร้างสถิติเป็น 17-0 ไปได้สำเร็จ
ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2009) ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้ออกมารอบทำร้าย ซีเอ็ม พังค์ ด้วยท่า โชคสแลม หลังจากที่ ซีเอ็ม พังค์ ได้แชมป์โลกเฮฟวี่เวท จาก เจฟฟ์ ฮาร์ดี ต่อมา ในศึก เบรกกิ้งพอยท์ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท จาก ซีเอ็ม พังค์ ในการปล้ำ Submission Match ใครตบพื้นก่อนยอมแพ้ แต่สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ ต่อมา ในศึก เฮลล์อินเอเซลล์ (2009) ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ ซีเอ็ม พังค์ อีกครั้ง ในแมตซ์ Hell In A Cell สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็สามารถคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวทมาครองได้สำเร็จ ต่อมา ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2009) ดิอันเดอร์เทเกอร์ จะต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ บาทิสตา ผลปรากฏว่าในตอนแรก บาทิสตา ชนะและได้แชมป์โลกเฮฟวี่เวท แต่ ทีโอดอร์ ลอง ผู้จัดการทั่วไปของ SmackDown ออกมาบอกว่าให้เริ่มใหม่อีกครั้ง และ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็สามารถป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ได้สำเร็จ
[แก้]ปี 2010

ดิอันเดอร์เทเกอร์ ในตอนป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เรย์ มิสเตริโอ ในศึก รอยัลรัมเบิล (2010)
ในศึก รอยัลรัมเบิล (2010) ดิอันเดอร์เทเกอร์ จะต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เรย์ มิสเตริโอ และสามารถป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ได้สำเร็จ ต่อมา ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2010) จะต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เรย์ มิสเตริโอ, จอห์น มอร์ริสัน, อาร์-ทรูธ, ซีเอ็ม พังค์ และ คริส เจอริโค ระหว่างการปล้ำเหลือ 2 คนสุดท้าย คือ ดิอันเดอร์เทเกอร์ และ คริส เจอริโก้ แล้ว ดิอันเดอร์เทเกอร์ ถูก ชอว์น ไมเคิลส์ มาลอบทำร้ายด้วยท่า Sweet Chin Music ใส่ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ทำให้เสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ให้กับ คริส เจอริโค ไปในที่สุด
ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 ดิอันเดอร์เทเกอร์ จะต้องเจอกับ ชอว์น ไมเคิลส์ โดยมีข้อแม้ว่า ถ้า ชอว์น ไมเคิลส์ แพ้ ชอว์น ไมเคิลส์ จะต้องเลิกปล้ำ แต่ถ้า อันเดอร์เทเกอร์ แพ้ เขาจะถูกทำลายสถิติไม่เคยแพ้ใครใน เรสเซิลเมเนีย สุดท้าย อันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายชนะ ชอว์น ไมเคิลส์ ทำให้ ชอว์น ไมเคิลส์ ต้องยุติอาชีพมวยปล้ำไปในที่สุด ส่วนตอนนี้ ได้รับบทว่าถูกทำร้ายแล้ว เคน ก็ไล่กระทืบนักมวยปล้ำทุกคนเพื่อหาคนที่ทำร้าย อันเดอร์เทเกอร์ ล่าสุด ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2010) เคน จะต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เรย์ มิสเตริโอ และ เคน ก็เอาชนะ เรย์ ไปได้ ในขณะที่ เคน จะจับ เรย์ เข้าไปนอนในโลงศพนั้น ก็มี อันเดอร์เทเกอร์ นอนอยู่ และ ความจริงก็ปรากฏว่า เคน คือ คนที่ทำร้าย อันเดอร์เทเกอร์และ อันเดอร์เทเกอร์ จะเล่นงาน เคน ด้วยท่า โชคสแลม แต่ เคน เล่นงานคืน ด้วยท่า Tombstone Piledriver ใส่ อันเดอร์เทเกอร์ จนหมดสภาพ ไปในที่สุดต่อมา ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2010) อันเดอร์เทเกอร์ ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เคน แต่ อันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับ เคน ทำให้ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ และต่อมา พอล แบเรอร์ อดีตผู้จัดการของ เคน และ อันเดอร์เทเกอร์ ก็ได้กลับมาอีกครั้ง และได้เป็นผู้จัดการของเขา ซึ่งมาในบทธรรมะ ในศึก เฮลล์อินเอเซลล์ (2010) อันเดอร์เทเกอร์ ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เคน แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะถูก พอล แบเรอร์ ผู้จัดการของเขา ได้ทำการหักหลัง และกลายเป็นผู้จัดการของ เคน และกลายเป็นบทอธรรมไปในที่สุด ต่อมา ในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2010) อันเดอร์เทเกอร์ ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท อีกครั้งกับ เคน ในแมตช์การปล้ำฝังทั้งเป็น (Buried Alive) ใครจับคู่ต่อสู้ลงหลุมและเอาดินกลบได้ จะเป็นฝ่ายชนะไป แต่ อันเดอร์เทเกอร์ ก็ถูกพวกกลุ่ม เดอะเน็กซัส มาก่อกวนการปล้ำ และฝัง อันเดอร์เทเกอร์ ทำให้ อันเดอร์เทเกอร์ เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับ เคน และไม่สามารถคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท คืนมาได้ ซึ่ง อันเดอร์เทเกอร์ แพ้ให้กับ เคน ติดต่อกันถึง 3 ครั้ง ใน เพย์-เพอร์-วิว ล่าสุด อันเดอร์เทเกอร์ ได้รับอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ ทำให้ อันเดอร์เทเกอร์ ต้องพักการปล้ำไปเป็นเวลายาวนานหลายเดือน
ปี 2011

ดิอันเดอร์เทเกอร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27
ในศึกรอว์ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ อันเดอร์เทคเกอร์ ได้หายกลับมาจากอาการบาดเจ็บ พร้อมกับ ทริปเปิล เอช ที่หายกลับมาจากอาการบาดเจ็บเช่นเดียวกัน ทั้งคู่ได้เผชิญหน้าและท้าทายกัน และทั้งคู่จะได้เจอกันเป็นครั้งที่ 2 ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 ซึ่งเป็นการเจอกันอีกครั้งในรอบ 10 ปี ของศึก เรสเซิลเมเนีย (ครั้งก่อน อันเดอร์เทเกอร์ สามารถเอาชนะ ทริปเปิล เอช ไปได้ในครั้งที่ 17) ในแมตช์การปล้ำ No Holds Barred โดยมีสถิติไร้พ่าย 18-0 ของอันเดอะเทคเกอร์ เป็นเดิมพัน สุดท้าย อันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะ ทริปเปิล เอช มาได้สำเร็จ ทำให้ อันเดอร์เทเกอร์ สร้างสถิติเป็น 19-0 มาได้สำเร็จ

Address

Dead Valley
Austin, TX

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when The undertaker posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share