27/08/2025
ต้นทุนการผลิต Wood Pellet:
มอเตอร์เล็ก vs มอเตอร์ใหญ่ สำคัญหรือไม่?
ในการผลิต Wood Pellet (เม็ดเชื้อเพลิงชีวมวล) หนึ่งในต้นทุนที่สำคัญที่สุดคือ ค่าไฟฟ้า เนื่องจากเครื่องอัดต้องใช้พลังงานต่อเนื่องในการบีบอัดขี้เลื่อยให้เป็นเม็ดไม้ ซึ่งการเลือกขนาด มอเตอร์ไฟฟ้า มีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพการผลิต และต้นทุนต่อกิโลกรัม
⚡ ค่าไฟฟ้าเรท 4 บาทต่อหน่วย: ตัวแปรหลักของต้นทุน
อัตราค่าไฟฟ้าอุตสาหกรรมโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4 บาท/หน่วย (kWh)
การเลือกใช้ มอเตอร์เล็กหลายตัว หรือ มอเตอร์ใหญ่เพียงตัวเดียว ส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายระยะยาว
🔹 กรณีที่ 1: มอเตอร์ 10 แรงม้า ไฟสามสาย (10 เครื่อง)
แต่ละเครื่องใช้กำลังไฟ 10 HP ≈ 7.5 kW
หากเดินเครื่อง 10 ตัว = 75 kW รวม
ทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง → 75 × 24 = 1,800 หน่วย/วัน
ค่าไฟต่อวัน = 1,800 × 4 = 7,200 บาท
ข้อดี
หากเครื่องใดเครื่องหนึ่งหยุดทำงาน ยังมีเครื่องอื่นผลิตต่อได้ → ลด Downtime
การซ่อมบำรุงง่าย เปลี่ยนอะไหล่เฉพาะเครื่อง ไม่กระทบทั้งระบบ
เครื่องขนาดเล็กใช้ต้นทุนดูแลต่ำ อะไหล่หาง่าย
เหมาะสำหรับการผลิตต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง
🔹 กรณีที่ 2: มอเตอร์ 150 แรงม้า ไฟสามสาย (1 เครื่อง)
ใช้กำลังไฟ 150 HP ≈ 112 kW
ทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง → 112 × 24 = 2,688 หน่วย/วัน
ค่าไฟต่อวัน = 2,688 × 4 = 10,752 บาท
ข้อเสีย
ค่าไฟสูงกว่ามอเตอร์เล็กหลายตัว
หากเครื่องเสีย = การผลิตหยุดทั้งหมดทันที
การบำรุงรักษาซับซ้อน อะไหล่มีราคาแพง
การเริ่มต้นและหยุดเครื่องกินไฟสูง
✅ สรุป: มอเตอร์เล็กหลายตัว คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
จากการเปรียบเทียบ
มอเตอร์ 10 HP × 10 เครื่อง → ค่าไฟถูกกว่า, ความยืดหยุ่นสูง, ซ่อมบำรุงง่าย
มอเตอร์ 150 HP เครื่องเดียว → ค่าไฟสูงกว่า, เสี่ยงหยุดการผลิตหากเครื่องเสีย
ดังนั้น สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการ ผลิต Wood Pellet ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง และคุมต้นทุนค่าไฟ ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด คือการใช้มอเตอร์ขนาดเล็กหลายตัว ซึ่งช่วยให้การผลิตเสถียรและดูแลง่ายกว่า
👉 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกเครื่องอัดขี้เลื่อย และโซลูชันการผลิต Wood Pellet ได้ที่
MBP PLUS – https://maeklongbiogreenplus.online/