เจโตวิมุตติ (การฝึกจิตให้หลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งสมาธิ)

เจโตวิมุตติ (การฝึกจิตให้หลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งสมาธิ) ศาสนาพุทธ

การรู้ธรรมเห็นธรรมบรรลุมรรคผลเป็น"ปัจจัตตัง" คือรู้ได้เฉพาะตนของใครของมัน
อิทธิฤทธิ์ โวหาร ปฏิภาณ ปฏิสัมภิทา ลาภสักการะ เป็นบารมีแต่ละคนที่สะสมมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ แข่งขันกันไม่ได้

เจโตวิมุติสูตร - เจริญธรรม ๕ ประการธรรม ๕ ประการนี้ อันบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วย่อมมีเจโตวิมุติเป็นผล เป็นผลานิสงส์ย่...
16/06/2025

เจโตวิมุติสูตร - เจริญธรรม ๕ ประการ
ธรรม ๕ ประการนี้ อันบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว
ย่อมมีเจโตวิมุติเป็นผล เป็นผลานิสงส์
ย่อมมีปัญญาวิมุติเป็นผล เป็นผลานิสงส์
ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือ
ความสำคัญว่าไม่เที่ยง ๑
ความสำคัญว่าเป็นทุกข์ในสิ่งไม่เที่ยง ๑
ความสำคัญว่าเป็นอนัตตาในสิ่งที่เป็นทุกข์ ๑
ความสำคัญในการละ ๑
ความสำคัญในความคลายกำหนัด ๑

เมตตาภาวสูตร - เมตตาเจโตวิมุตติบุญญกิริยาวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่งมีอุปธิกิเลสเป็นเหตุ บุญญกิริยาวัตถุทั้งหมดนั้น ย่อมไม่ถึ...
28/05/2025

เมตตาภาวสูตร - เมตตาเจโตวิมุตติ
บุญญกิริยาวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง
มีอุปธิกิเลสเป็นเหตุ
บุญญกิริยาวัตถุทั้งหมดนั้น
ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งเมตตาเจโตวิมุติ เมตตาเจโตวิมุตินั้นแล
ครอบงำบุญญกิริยาวัตถุเหล่านั้น สว่างไสวไพโรจน์
เปรียบเหมือนดาวประกายพฤกษ์
ในปัจจุสมัยแห่งราตรี สว่างไสวไพโรจน์ ฉะนั้น

มีบทความจากหลวงพ่อมหาดิเรกมาให้ศึกษาและฝึกจิตกันนะคะ. สาธุเจริญในธรรมค่ะเกือบสามพันปีมาแล้วไม่มีทีท่าว่าคุณค่าของสิ่งที่...
25/09/2019

มีบทความจากหลวงพ่อมหาดิเรกมาให้ศึกษาและฝึกจิตกันนะคะ. สาธุเจริญในธรรมค่ะ

เกือบสามพันปีมาแล้วไม่มีทีท่าว่า
คุณค่าของสิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบจะหมดไป
ทุกคนสามารถค้นพบตัวเองได้

ส่วนใหญ่เรามีแต่พุ่งจิตออกไปข้างนอก
ถ้าลมพัดมาจากข้างนอก มาถูกตัวเรา
เรารู้สึกเย็นสบาย

ขึ้นชื่อว่าลม จะเย็นเหมือนกันหมดหรือไม่?

ลมที่เข้ามาสู่ตัวเรา-เย็น
แต่ลมที่ออกจากตัวเรา-ร้อน
เหมือนสิ่งที่มากระทบ
จิตที่ดึงกลับเข้ามา เป็นจิตที่เย็น
จิตที่ส่งออกไป เป็นจิตที่ร้อน

เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ จิตที่ไม่ได้ฝึกฝน
มันจะต้องพุ่งออกไปในอดีต อนาคต
เรื่องของสิ่งอื่น คนอื่น เรื่องอื่น
ไม่ใช่สิ่งที่กลับเข้ามาหาตัวเอง

สิ่งที่ดีที่สุด ถ้าจิตมันพุ่งออกไปขนาดไหน
ชื่อว่ายังไม่ดีที่สุด
จนกว่าจะดึงจิตกลับเข้ามา
ส่วนจะกลับเข้ามาอย่างไร ถึงจะได้ประโยชน์
เราจึงได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า..🙏

สาธุธรรม...หัวใจของเจโตวิมุตติผู้ออกหา วิเวกธรรมภิกษุ ท. ! กิจที่พวกเธอต้องทำให้ยิ่งขึ้นไปอีกเป็นลำดับนั้น คืออะไร ? ภิก...
07/05/2018

สาธุธรรม...หัวใจของเจโตวิมุตติ

ผู้ออกหา วิเวกธรรม

ภิกษุ ท. ! กิจที่พวกเธอต้องทำให้ยิ่งขึ้นไปอีกเป็นลำดับนั้น คืออะไร ?
ภิกษุ ท. ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มาเสพเสนาสนะอันสงัด คือป่าโคนไม้ ภูเขา ลำธาร ท้องถ้ำ ป่าช้า ป่าชัฏ ที่แจ้ง กองฟาง (อย่างใดอย่างหนึ่ง). ในเวลาภายหลังอาหาร เธอกลับจากบิณฑบาตแล้ว นั่งคู้บัลลังก์ (ขัดสมาธิ) ตั้งกายตรง ดำรงสติเฉพาะหน้า. เธอ ละอภิชฌาในโลก มีจิตปราศจากอภิชฌา คอยชำระจิตจากอภิชฌา ; ละพยาบาทมีจิตปราศจากพยาบาท เป็นผู้กรุณามีจิตหวังความเกื้อกูล ในสัตว์ทั้งหลายคอยชำระจิตจากพยาบาท ; ละถีนมิทธะ มุ่งอยู่แต่ความสว่างในใจ มีจิตปราศจากถีนมิทธะ มีสติสัมปชัญญะรู้สึกตัว คอยชำระจิตจากถีนมิทธะ ; ละอุทธัจจกุกกุจจะ ไม่ฟุ้งซ่าน มีจิตสงบอยู่ในภายใน คอยชำระจิตจากอุทธัจจกุกกุจจะ ; ละวิจิกิจฉา ข้ามล่วงวิจิกิจฉาเสียได้ ไม่ต้องกล่าวว่า“นี่อะไร นี่อย่างไร” ในกุศลธรรมทั้งหลาย (เพราะความสงสัย) คอยชำระจิตจากวิจิกิจฉา.
ภิกษุ ท. ! เปรียบเหมือนชายผู้หนึ่ง กู้หนี้เขา ไปทำการงานสำเร็จผล ใช้หนี้ต้นทุนเดิมหมดแล้ว กำไรยังเหลือพอเลี้ยงภรรยาได้ถมไป ; เขาคงคะนึงถึงโชคลาภว่า “เมื่อก่อนเรากู้หนี้เขาไปทำการงานสำเร็จผล ใช้หนี้ต้นทุนเดิมหมดแล้ว กำไรยังเหลือพอเลี้ยงภรรยาได้ถมไป” ดังนี้, เขาย่อมปราโมทย์บันเทิงใจ โสมนัส เพราะข้อนั้นเป็นเหตุ ฉันใด, (นี้อย่างหนึ่ง)
ภิกษุ ท. ! เปรียบเหมือนชายอีกผู้หนึ่ง ป่วยไข้หนัก ทนทุกข์ อาหารไม่ตก กำลังน้อย. ครั้นเวลาอื่นเขาหายจากไข้นั้น อาหารก็ตั้ง กำลังก็มี ; เขาต้องนึกถึงกาลเก่าว่า “เมื่อก่อน เราป่วยไข้หนัก ทนทุกข์ อาหารก็ไม่ตกกำลังน้อยลง บัดนี้เราหายจากไข้นั้น อาหารก็ตั้ง กำลังก็มีมา” ดังนี้, เขาย่อมปราโมทย์บันเทิงใจ โสมนัสเพราะข้อนั้นเป็นเหตุ ฉันใด, (นี้อีกอย่างหนึ่ง)
ภิกษุ ท. ! เปรียบเหมือนชายอีกผู้หนึ่ง ติดเรือนจำ ครั้นเวลาอื่นเขาหลุดจากเรือนจำโดยสะดวก ไม่มีภัย ไม่เสียทรัพย์ ; เขาต้องนึกถึงกาลเก่าอย่างนี้ว่า “เมื่อก่อน เราติดเรือนจำ บัดนี้ เราหลุดมาได้โดยสะดวก ไม่มีภัย ไม่เสียทรัพย์” ดังนี้, เขาย่อมปราโมทย์บันเทิงใจ โสมนัสเพราะข้อนั้นเป็นเหตุ ฉันใด, (นี้อีกอย่างหนึ่ง)
ภิกษุ ท. ! เปรียบเหมือนชายอีกผู้หนึ่ง เป็นทาสเขา พึ่งตัวเองไม่ได้ต้องพึ่งผู้อื่น เที่ยวตามอำเภอใจไม่ได้. ครั้นถึงสมัยอื่น เขาพ้นจากการเป็นทาสพึ่งตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งผู้อื่น เที่ยวตามอำเภอใจได้ ; เขาต้องนึกถึงกาลเก่าอย่างนี้ว่า “เมื่อก่อนเราเป็นทาส พึ่งตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งผู้อื่น เที่ยวตามอำเภอใจไม่ได้ ครั้นถึงสมัยอื่น เราพ้นจากการเป็นทาส พึ่งตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งผู้อื่น เที่ยวตามอำเภอใจได้” ดังนี้, เขาย่อมปราโมทย์ บันเทิงใจ โสมนัสเพราะข้อนั้นเป็นเหตุ ฉันใด, (นี้อีกอย่างหนึ่ง) ภิกษุ ท. ! เปรียบเหมือนชายอีกผู้หนึ่ง นำทรัพย์เดินทางไกล อันกันดาร ครั้นพ้นทางกันดารได้โดยสะดวก ไม่มีภัย ไม่ต้องเสียโภคทรัพย์ ; เขาต้องนึกถึงกาลเก่าอย่างนี้ว่า “เมื่อก่อน เรานำทรัพย์เดินทางไกลอันกันดาร ครั้นพ้นทางกันดาร ไม่มีภัย ไม่ต้องเสียโภคทรัพย์” ดังนี้, เขาย่อมปราโมทย์บันเทิงใจ โสมนัสเพราะข้อนั้นเป็นเหตุ (เหล่านี้) เป็นฉันใด ;
ภิกษุ ท. ! ภิกษุ พิจารณาเห็นนิวรณ์ ๕ ประการ ที่ตนยังละไม่ได้ว่าเป็นเช่นกับการกู้หนี้ เช่นกับการเป็นโรค เช่นกับการติดเรือนจำ เช่นกับการเป็นทาส และการนำทรัพย์ข้ามทางกันดาร, และเธอพิจารณาเห็นนิวรณ์ ๕ ประการ ที่ละเสียได้แล้วในตนเอง เป็นเช่นกับการหมดหนี้ การหมดโรค การหลุดจากเรือนจำ การพ้นจากทาส การบรรลุถึงที่พ้นภัย (เธอย่อมปราโมทย์บันเทิงใจ โสมนัสเพราะข้อนั้นเป็นเหตุ) ฉันนั้นเหมือนกัน แล.

- บาลี พระพุทธภาษิต มหาอัสสปุรสูตร มู. ม. ๑๒/๕๐๑๒๔๖๙.

การให้ทานอันเป็นอริยะ สาธุธรรม _/\_
07/05/2018

การให้ทานอันเป็นอริยะ สาธุธรรม _/\_

28/09/2016

กิเลสเป็นตัวเผาทำลายสมาธิ..ดับกิเลสได้จึงต้องใช้จิตที่มั่นคงไม่หวั่นไหวในสิ่งเร้า สาธุค่ะ

สาธุธรรมค่ะ..-- หว่านพืชใดย่อมได้ผลนั้น..ทำความดีฉันใดสิ่งนั้นย่อมตอบแทนเสมอ..จิตที่คิดพึงมีพึงได้ ย่อมได้รับน้อยกว่าจิต...
26/09/2016

สาธุธรรมค่ะ..
-- หว่านพืชใดย่อมได้ผลนั้น..ทำความดีฉันใดสิ่งนั้นย่อมตอบแทนเสมอ..จิตที่คิดพึงมีพึงได้ ย่อมได้รับน้อยกว่าจิตคิดพึงให้พึงได้

26/09/2016

สาธุในธรรมแด่ผู้อ่าน..ผู้เข้ามาศึกษาธรรมในเพจนี้นะคะ จะพยายามเข้ามาอัพเดทธรรมะบ่อยๆค่ะ ธรรมะอำนวยพร

รู้จักจิต..ฝึกจิตให้นิ่ง                การคิดแบบโยนิโสมนสิการ หมายถึง การทำในใจโดยแยบคาย การคิดพิจารณาอย่างละเอียด ถี่ถ...
26/09/2016

รู้จักจิต..ฝึกจิตให้นิ่ง
การคิดแบบโยนิโสมนสิการ หมายถึง การทำในใจโดยแยบคาย การคิดพิจารณาอย่างละเอียด ถี่ถ้วนและลึกซึ้ง หรือการคิดที่ถูกวิธี มีระเบียบ มีเหตุผล และสร้างสรรค์ มี 10 วิธี ดังนี้
1. วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย คือ คิดแบบมีเหตุผล เช่นพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้โดยใช้วิธีการคิดแบบสืบสาวหาเหตุจากปัจจัย พระองค์ตั้งคำถามขึ้นมาเกี่ยวกับเวทนา ได้แก่ ความรู้สึกสุขทุกข์ โดยทรงพิจารณาว่าเวทนาที่เป็นสุขเป็นทุกข์นี้เกิดขึ้นโดยมีอะไรเป็นปัจจัย แล้วพระองค์ก็สืบสาวไปก็ทรงค้นพบว่า มีผัสสะ เป็นต้น
2. วิธีคิดแบบแยกแยะ ส่วนประกอบ คือ การคิดจำแนกแยกแยะองค์รวมของสิ่งต่าง ๆ ออกเป็นองค์ย่อย ๆ ทำให้มองเห็นความและความสมพันธ์ขององค์ประกอบย่อยเหล่านั้นว่ามีความเกี่ยว กับเนื่องกัน เป็นเหตุเป็นผลและพึ่งพาอาศัยกันอย่างไร จึงประสานสอดคล้องกันเป็นองค์รวม วิธีคิดแบบนี้จะทำให้เรารู้และเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ตามสภาพความเป็นจริง
3. วิธีแบบสามัญลักษณะ คือ คิดแบบไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) คือคิดแบบรู้เท่าทันธรรมดา ชีวิตของคนเราก็เป็นเช่นนี้เป็นอนิจจังไม่เที่ยงแท้ ทุกขังมีแต่ความทุกข์อนัตตาไม่มีตัวตนที่แน่นอน
4. วิธีคิดแบบอริยสัจ หรือ วิธีคิดแบบแก้ปัญหา คือ การพิจารณาปัญหามีอะไรบ้าง (ทุกข์) สาเหตุอยู่ที่ใด (สมุทัย) แนวทางและเป้าหมายของการแก้ปัญหาที่ตั้งไว้ (นิโรธ) พิจารณาวีการ ดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย (มรรค) ซึ่งเราสามารถใช้เป็นหลักยึดในการพิจารณาถึงความเป็นจริงและนำไปสู่การคิด ตามกระบวนการนี้
5. วิธีคิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์ คิดตามหลักการและความมุ่งหมาย เป็นการคิดแบบสุตบุรุษ หรือสัปปุริสธรรมอันเป็นคุณสมบัติของคนดี คือ รู้จักเหตุ รู้จักผลรู้จักตน รู้จักประมาณ รู้จักบุคคล รู้จักชุมชน
6. วิธีคิดแบบเห็นคุณ – โทษและทางออก คือ มองในเชิงคุณค่าว่าสิ่งนั้น ๆ มีคุณในแง่ไหน มีโทษในแง่ไหน มองทั้งคุณและโทษ แล้วก็หาทางออกที่จะแก้ไข
7. คิดแบบคุณค่าแท้- คุณค่าเทียม รู้จักแยกแยะสิ่งดีชั่วได้อย่างมีเหตุผล
8. วิธีคิดแบบปลุกเร้าคุณธรรม คิดแบบปลุกเร้าคุณธรรมหรือชุดความดี หมายถึง การบำเพ็ญความดี ซึ่งจะต้องกระทำให้ถึงที่สุด
9. วีคิดแบบเป็นอยู่ในขณะปัจจุบัน คือ คิดอยู่ในปัจจุบัน แนวนี้ต้องบมีวิปัสสนากรรฐานเป็นเครื่องมือ
10. วิธีคิดแบบวิภัชชวาท (แบบจำแนก) คือ คิดแบบรอบด้าน แยกแยะ มองสิ่งต่าง ๆในหลาย ๆ มุมอย่างละเอียดรอบคอบ
การคิดทั้ง 10 ข้อที่กล่าวมาสรุปได้สั้น ๆ 4 ข้อ คือ
1. คิดเป็นระเบียบ 2. คิดถูกวิธี 3. คิดเป็นเหตุเป็นผล 4. คิดให้เกิดการกระทำที่เป็นกุศล

02/12/2015

"..ไม่ยากที่จะช่วยให้คนพ้นทุกข์ได้" #ไลค์และแชร์
สาธุ

".....พระอรหันต์ทุกประเภทบรรลุทั้งเจโตวิมุตติ และปัญญาวิมุตติ"             อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏเฐว ธมฺเ...
02/12/2015

".....พระอรหันต์ทุกประเภทบรรลุทั้งเจโตวิมุตติ และปัญญาวิมุตติ"

อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตวา อุปฺปสมฺปชฺช วิหรติ พระบาลีนี้แสดงว่าพระอรหันต์ทั้งหลายไม่ว่าประเภทใดย่อมบรรลุทั้งเจโตวิมุตติ และปัญญาวิมุตติ...ที่ปราศจากอาสวะในปัจจุบัน หาได้แบ่งแยกไว้ว่า ประเภทนั้นบรรลุแต่เจโตวิมุตติ หรือปัญญาวิมุติไม่ ที่เกจิอาจารย์แต่งอธิบายไว้ว่า เจโตวิมุตติเป็นของพระอรหันต์ผู้ได้สมาธิก่อน ส่วนปัญญาวิมุตติเป็นของพระอรหันต์สุกขวิปัสสกผู้เจริญวิปัสสนาล้วนๆ นั้นย่อมขัดแย้งต่อมรรค มรรคประกอบด้วยองค์ ๘ มีทั้งสัมมาทิฏฐิ ทั้งสัมมาสมาธิ ผู้จะบรรลุวิมุตติธรรมจำต้องบำเพ็ญมรรค ๘ บริบูรณ์ มิฉะนั้นก็บรรลุวิมุตติธรรมไม่ได้ ไตรสิกขาก็มีทั้งสมาธิ ทั้งปัญญา อันผู้จะได้อาสวักขยญาณจำต้องบำเพ็ญไตรสิกขาให้บริบูรณ์ทั้ง ๓ ส่วน ฉะนั้นจึงว่า พระอรหันต์ทุกประเภทต้องบรรลุทั้งเจโตวิมุตติ ทั้งปัญญาวิมุตติด้วยประการฉะนี้แลฯ

สาธุ
#มุตโทัย แนวทางการปฏิบัติให้ถึงความหลุดพ้น

"เจโตวิมุตติ" " .. ส่วน เจโตวิมุตติ นั้น ไม่ต้องมีการพินิจพิจารณาเท่าไรนัก เป็นแต่ข่มใจให้สงบ ลงถ่ายเดียว จนกว่าจะเป็น อ...
02/12/2015

"เจโตวิมุตติ"

" .. ส่วน เจโตวิมุตติ นั้น ไม่ต้องมีการพินิจพิจารณาเท่าไรนัก
เป็นแต่ข่มใจให้สงบ ลงถ่ายเดียว จนกว่าจะเป็น อัปปนาสมาธิ

วิปัสสนาญาณ จะบังเกิดขึ้นในที่นั้นและได้รู้แจ้ง เห็นจริง ตามความเป็นจริง

ที่เรียกว่า เจโตวิมุตติ คือ ได้เจริญสมาธิมาก่อน
แล้วจึงค่อยเกิด ปัญญา ภายหลัง .. "

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

สาธุ
#ธรรมะไทย

ที่อยู่

Phra Nakhon Si Ayutthaya
13000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เจโตวิมุตติ (การฝึกจิตให้หลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งสมาธิ)ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง เจโตวิมุตติ (การฝึกจิตให้หลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งสมาธิ):

แชร์