ThaiTopCargo ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ThaiTopCargo, Bangkok.

อุตสาหกรรมโลจิสติกส์มีบทบาทสำคัญอันดับต้นๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก แต่สิ่งที่จะทำให้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ขับเคลื่อนต่อ...
22/05/2026

อุตสาหกรรมโลจิสติกส์มีบทบาทสำคัญอันดับต้นๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก แต่สิ่งที่จะทำให้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ขับเคลื่อนต่อไปในอนาคตคือการเติบโตของตลาด E-commerce และเทคโนโลยีใหม่ๆ

ต่อไปนี้คือภาพรวมของแนวโน้มตลาดโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมการขนส่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และมีผลต่อการจัดการห่วงโซ่อุปทาน การจัดส่ง ฯลฯ

1️⃣ บล็อกเชนได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางมากขึ้น

เหตุใดอุตสาหกรรมโลจิสติกส์จึงเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ในอุตสาหกรรม ? คำตอบก็คือ เพราะบล็อกเชนช่วยให้เกิดการมองเห็นและการรักษาความปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อีกทั้งยังเป็นเทคโนโลยีที่สร้างเครือข่ายโดยตรง จากผู้ซื้อสินค้าไปยังผู้ให้บริการขนส่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้บริการกับตัวแทนขนส่งสินค้า (Freight Forwarder) และ 3PLs ที่เรียกเก็บเงินในอัตราที่สูงเกินไป

2️⃣ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)

การวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ Richard Nisbett และ Lee Ross แสดงให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์นั้น สามารถทำนายผลลัพธ์ และคาดการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึง
⋮⋮ การคาดการณ์ที่แม่นยำสำหรับความต้องการของลูกค้า หมายถึง ระยะเวลารอคอยสินค้าโอกาสสำหรับผู้จัดจำหน่ายและผู้ส่งสินค้าเพื่อการจัดส่งล่วงหน้า
⋮⋮ คาดการณ์ข้อมูลเชิงลึกล่วงหน้าได้เกี่ยวกับฟังก์ชันการทำงานของ Back Ofiice หรือระบบหลังบ้าน ที่ช่วยจัดการเนื้อหา ข่าวสาร และเงื่อนไขต่างๆ เช่น การค้นหาภาษา ที่อาจมีความเสี่ยงในการทำสัญญาทางธุรกิจ
⋮⋮ เพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางการขนส่ง เพื่อทำให้การส่งมอบไมล์สุดท้าย (last-mile delivery) มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้บริษัทประหยัดค่าน้ำมัน

3️⃣ ความต้องการสินค้าแช่เเข็งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก

บริษัทชิปปิ้งกำลังเตรียมพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก สำหรับผลิตภัณฑ์แช่เเข็ง รวมถึงอาหาร เครื่องดื่ม และเวชภัณฑ์ ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป
เหตุผลสำหรับการเติบโตนี้ คือความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ความต้องการอาหารต่างถูมิภาคต่างท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้โลกาภิวัตน์ได้ขยายการเข้าถึงและความหลากหลายของการจัดส่งสินค้าที่เน่าเสียง่าย แสดงให้เห็นว่าการเจริญเติบโตของตู้คอนเทนเนอร์เย็น มีอัตราอยู่ 10.2% ต่อปี (CAGR : Compound Annual Growth Rate) ไปจนถึงปี 2025 ซึ่งมีการเติบโตเร็วกว่าตลาดภาชนะบรรจุอื่นๆ บริษัทชิปปิ้งจึงจำเป็นต้องเพิ่มรถบรรทุกตู้เย็นและตู้คอนเทอนเนอร์ขนส่งสินค้า เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายนี้ ในขณะที่ผู้ให้บริการรายอื่นจะต้องประเมินความพร้อมของตนเองใหม่เนื่องจากลูกค้าต้องการมากขึ้น

4️⃣ ระบบอัตโนมัติช่วยให้ศูนย์กระจายทำงานได้อย่างราบรื่นมากขึ้น

มีการคาดการ์ณกันว่า ในปี 2024 เทคโนโลยีคลังสินค้าอัตโนมัติจะมีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 12.6% ต่อปี หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ การหาบุคลากรเฉพาะทางด้านนี้มีจำนวนน้อย และมีการพัฒนาระบบอัตโนมัติซึ่งมีสมรรถภาพขั้นสูง อาทิ
⋮⋮ เครื่องตรวจสอบชิ้นงาน (Machine Vision) หรือที่เรียกกันว่าระบบ วิชั่น (Vision System) ถูกออกแบบขึ้นเพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณภาพการผลิต ช่วยลดอัตราความผิดพลาดในการทำงาน ลดโอกาสในการจัดส่งสินค้าที่ผิดพลาด สินค้าไม่สมบูรณ์ หรือสินค้าไม่ถูกต้องให้กับลูกค้า
⋮⋮ ยานพาหนะที่ใช้หุ่นยนต์นําทางอัตโนมัติ (AGVs : Automatic Guided Vehicle) เป็นการจัดเตรียมสินค้าโดยไม่มีการใช้แรงงานมนุษย์ ทำให้ลดความเสียหายในคลังสินค้
⋮⋮ เมื่อเปรียบเทียบกับพนักงานคลังสินค้า คำสั่งของหุ่นยนต์สามารถค้นหากล่อง และระบุผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้น และมีความแม่นยำมากขึ้น

5️⃣ โครงการสีเขียวถูกนำมาใช้ในห่วงโซ่อุปทาน

ปัจจุบัน สินค้าที่ผลิตภายใต้กระบวนการรักษ์โลก คิดเป็นครึ่งหนึ่งของการเติบโตของตลาดสินค้าบรรจุภัณฑ์ ดังนั้นห่วงโซ่อุปทานของโลก จึงกลายเป็นห่วงโซ่อุปทานแบบหมุนเวียน หรือมีการนำกลับมาใช้ซ้ำ เช่น ปรับปรุงอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์และความสามารถในการกู้คืน ซ่อมแซม และจำหน่าย ถึงแม้ว่าจะดูเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก แต่หากมองในระยะยาวแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่แล้วใช้งานได้ยาวนานขึ้น จะช่วยประหยัดเงินและสิ่งแวดล้อมของเราได้

ThaiTopCargo ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.thaitopcargo.com
โทร: 02-114-7117
Line:

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย ผู้ประกอบการร้านค้า มักจะคุ้นเคยกับแนวคิดที่ว่า การผลิตในประเทศจีนนั้น มีต้นทุนที่ต่ำกว่าในสหรัฐอเ...
15/05/2026

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย ผู้ประกอบการร้านค้า มักจะคุ้นเคยกับแนวคิดที่ว่า การผลิตในประเทศจีนนั้น มีต้นทุนที่ต่ำกว่าในสหรัฐอเมริกาหรืออีกหลายๆ ประเทศทั่วโลก ซึ่งความเชื่อดังกล่าวก็กลายเป็นที่นิยมกันเรื่อยมา โดยเฉพาะในหมู่ผู้ขายสินค้า ที่สั่งผลิตสินค้าในชื่อแบรนด์ของตัวเองหรือ Private Label

มากกว่า 23% ในปี 2556 ฐานของการผลิตสินค้าทั่วโลกมักตั้งอยู่ในประเทศจีน หากเมื่อเวลาผ่านไป หลายสิ่งก็เริ่มเปลี่ยนแปลง ค่าจ้างของแรงงานจีนเริ่มพุ่งสูงขึ้นราว 187% หรือประมาณ 27 $ ต่อวัน (865 บาท) ทำให้ส่งผลกระทบต่อราคาสำหรับการผลิตสินค้า อย่างไรก็ดี ชาวจีนนั้น ได้ชื่อว่าเป็นชาติที่มีการผลิตสินค้าคุณภาพสูง และเป็นที่ดึงดูดของบริษัทต่างชาติมากมาย

ThaiTopCargo รวบรวมข้อมูลเพื่อค้นหาคำตอบที่ว่า จีนเป็นซัพพลายเออร์หรือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ประกอบการในยุคนี้จริงหรือไม่ ?

🇨🇳 จีนไม่ใช่แหล่งผลิตสินค้าต้นทุนต่ำที่สุดอีกต่อไป 🇨🇳

จากรายงานของรายการ TV Bloomberg ระบุว่า ปัจจุบันนี้ มีประเทศอื่นๆ ที่มีราคาต้นทุนการผลิตต่ำกว่าในจีน เช่น อินโดนีเซีย อินเดีย เม็กซิโก และไทย ซึ่งประเทศจีนอยู่ในอันดับที่ 5 ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ ตามด้วยไต้หวันเป็นอันดับ 6 ส่วนเป็นที่น่าแปลกใจ คือ บราซิลได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีต้นทุนการผลิตแพงที่สุด เนื่องจากค่าแรง อัตราแลกเปลี่ยน และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานฯ สำหรับต้นทุนการผลิตในสหรัฐอเมริกา และจีนนั้น แตกต่างกันเพียง 5% อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศจีนนั้นยังคงมีราคาถูกกว่าสินค้าที่ผลิตในยุโรปราว 10 – 20%
ผู้คนมักจะตั้งคำถามว่าทำไมการผลิตในประเทศจีนถึงมีราคาต้นทุนที่ต่ำกว่า หากลองมองอีกแง่มุมหนึ่ง ด้วยประสิทธิภาพด้านเทคโนโลยีที่สูง มีระบบอัตโนมัติ ต้นทุนพลังงานต่ำ และตลาดในประเทศที่อุดมไปด้วยซัพพลายเชนอันดับ 1 ถือว่ายุติธรรมสำหรับผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีโรงงานหลายแห่งและผลิตสินค้าเป็นจำนวนมากทุกเดือน

🇨🇳 สินค้าจีนกับการสร้างแบรนด์ Private Label 🇨🇳

ผู้ค้าปลีกที่ผลิตตราสินค้าเฉพาะร้านค้านั้นๆ (Private Label หรือ House Brand) ซึ่งอาจเป็นการผลิตขึ้นโดยผู้ขายเอง หรือมีผู้ผลิตแบบ OEM ผลิตให้ และติดแบรนด์สินค้าของร้าน โดย Private Label ถือเป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging market) ถือกำเนิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาทางเลือก โดยเน้นความคุ้มค่าด้านราคา ซึ่งสินค้าตราห้างเหล่านี้มักจะมี รูปลักษณ์คล้ายสินค้าแบรนด์ดัง และมีโอกาสเติบโตสูง อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าปลีก Private Label นิยมสั่งสินค้าที่ดีกว่าในจีน(Shippingจีน) เนื่องจากผู้ผลิตจีนสามารถสร้างแบรนด์และปรับแต่งผลิตภัณฑ์ได้ในราคาที่ต่ำกว่าซัพพลายเออร์อเมริกา

🇨🇳 ทำไมการผลิตในประเทศจีนจึงมีต้นทุนต่ำ 🇨🇳

👉 ประการแรกคือต้นทุนแรงงานในประเทศจีนไม่สูงมากเหมือนในยุโรป เนื่องจากแรงงานจีนในต่างจังหวัด เข้ามาหางานทำในเมืองใหญ่ และไม่ได้เรียกร้องค่าตอบแทนที่สูง

👉 จีนผลิตสินค้าในปริมาณมากหรือเป็นตันทุกวัน ทำให้ราคาสินค้าถูก และแม้ว่าผู้ค้าปลีกจะสั่งผลิตตามแบบที่ต้องการ จีนยังคงผลิตทุกอย่างตามปริมาณการสั่งซื้อขั้นต่ำอยู่ดี ผู้ผลิตจีนบางรายอาจกำหนดปริมาณขั้นต่ำ (Minimum Order Quantity : MOQ) 10,000 ชิ้นหรือมากกว่านั้น ทำให้ราคาแตกต่างกันตามจำนวนการผลิต

👉 การค้นหาวัตถุดิบแตกต่างจากประเทศอื่น เนื่องจากจีนมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น วัตถุดิบของจีนจึงสามารถขนส่งได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด และราคาต่ำสุด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจีนจะไม่ใช่ประเทศที่มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำที่สุดอีกต่อไป แถมมีคู่แข่งที่สำคัญหลายรายในเอเชีย อาทิ เวียดนาม ไทย และแม้แต่สหรัฐอเมริกาเอง แต่ก็ถือว่าจีนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสินค้า Private Label อยู่ดี เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตต่ำ สามารถผลิตสินค้าได้รวดเร็ว และคุณภาพดี ซึ่งเหมาะสำหรับร้านค้าที่ต้องการขายสินค้าแบบมีแบรนด์ของตัวเอง

ทั้งนี้ ต้นทุนการผลิตในจีนกับสหรัฐอเมริกา อาจแตกต่างหรือเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับโรงงานและเงื่อนไขของผู้ผลิตเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นทำงานกับผู้ผลิตจีน อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นขายสินค้าติดแบรนด์หรือ Private Label ซึ่งสามารถตั้งราคาได้สูงกว่าสินค้าไร้แบรนด์ และแน่นอนว่า ย่อมทำกำไรได้มากกว่าด้วย

ThaiTopCargo ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.thaitopcargo.com
โทร: 02-114-7117
Line:

ประชากรชาวจีนถือว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีปริมาณมากที่สุด และจีนก็เป็นตลาดการท่องเที่ยวขาออกที่ใหญ่ที่สุดในโลก คาดว่...
08/05/2026

ประชากรชาวจีนถือว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีปริมาณมากที่สุด และจีนก็เป็นตลาดการท่องเที่ยวขาออกที่ใหญ่ที่สุดในโลก คาดว่าเมื่อจีนเปิดประเทศ สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ จะนำมาซึ่งการเดินทางที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวจีน

ข้อมูลจาก chyxx.com ระบุว่า ตัวเลือกการเดินทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวชาวจีนคือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออก โดยประเทศยอดนิยมคือ ไทย ญี่ปุ่น และเวียดนาม เนื่องจากประเทศตัวเลือเหล่านี้มีความใกล้ชิดกับจีนในทางภูมิศาสตร์ รวมถึงสะดวกในการขอวีซ่า

โดยแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในระหว่างการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนมากกว่า 60% พวกเขาต้องการร้านค้าปลอดภาษี เนื่องจากมั่นใจในคุณภาพของราคาที่ถูกกว่า ซึ่งผู้ค้าปลีกทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับลูกค้าชาวจีนอย่างมาก เนื่องจากมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง

👉 ทัศนคติของผู้บริโภคชาวจีนที่มีต่อการซื้อสินค้าปลอดภาษี :

เนื่องจากร้านค้าปลอดภาษีคือร้านค้าปลีกที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายภาษีทั้งหมด โดยการยกเว้นภาษีนี้อยู่บนพื้นฐานที่ว่าสินค้าที่ขายในร้านค้าเหล่านี้จะถูกขายให้กับนักเดินทางที่จะนำติดตัวไปนอกประเทศ ซึ่งมาตรฐานเศรษฐกิจของจีนส่งผลโดยตรงกับความเป็นอยู่ของแต่ละบุคคล ปัจจุบันเมื่อชาวจีนเดินทางไปต่างประเทศ พวกเขามักจะซื้อสินค้าจำนวนมาก จึงเป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่านักท่องเที่ยวชาวจีนนั้นมีฐานะร่ำรวย ซึ่งที่จริงแล้ว พวกเขาอาจไม่ได้ร่ำรวยเพียงแต่ต้องการมองหาร้านค้าปลอดภาษี เพื่อให้ได้สินค้าคุณภาพดี และราคาถูกกว่าประเทศบ้านเกิดเท่านั้นเอง

👉 การบริโภคสินค้าปลอดภาษีของจีน :

สินค้าปลอดภาษียอดนิยมของผู้บริโภคชาวจีน ได้แก่ เครื่องสำอาง สกินแคร์ เมคอัพ น้ำหอม กระเป๋า และเครื่องประดับ นักท่องเที่ยวชาวจีนมักตรวจสอบข้อมูลและคำแนะนำออนไลน์ก่อนซื้อสินค้าปลอดภาษี หลังจากที่พวกเขามาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ดังนั้น ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนได้โดยเปิดตัวเว็บไซต์และแอปภาษาจีนของตัวเอง สิ่งนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา

👉 วัตถุประสงค์การซื้อสินค้าปลอดภาษีของจีน :

สัดส่วนการบริโภคสินค้าปลอดภาษีของจีนคิดเป็นสัดส่วนเล็กน้อยสำหรับการซื้อสินค้าปลอดภาษีในนามของผู้อื่น เช่น ผู้รับหิ้ว ซึ่งเป็นคนที่ซื้อสินค้าจากร้านค้าปลอดภาษีต่างประเทศและนำกลับไปขายยังผู้บริโภคในจีนแผ่นดินใหญ่ พฤติกรรมการบริโภคสินค้าปลอดภาษีจำนวนมากในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีนคือการใช้จ่ายตามแผน มากกว่าการใช้จ่ายแบบกระตุ้น พวกเขาวางแผนโดยใช้ข้อมูลจากมัคคุเทศก์และข้อมูลจาก Social Media ตลอดจนเว็บไซต์ท่องเที่ยวอื่นๆ

👉 ยอดขายสินค้าปลอดภาษีทั่วโลก :

เมื่อนักเดินทางเพิ่มขึ้น การใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถือเป็นแรงผลักดันการเติบโตของยอดขายสินค้าปลอดภาษีทั่วโลก ซึ่งผู้บริโภคระดับกลางของจีน มีความสามารถในการใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมปลอดภาษีในตลาดโลก

👉 สินค้าที่ห้ามนำเข้าประเทศจีน :

อาวุธ กระสุน หรือของเลียนแบบยาเสพติด ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากสัตว์ สื่อสิ่งพิมพ์ที่ขัดต่อควมสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีงามของจีน ต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นสินค้าห้ามนำเข้าประเทศจีน อีกทั้ง ผู้นำเข้าต้องกรอกแบบฟอร์มประกาศสัมภาระเพื่อแจ้งสิ่งของมีค่าทั้งหมด เนื่องจากอาจถูกตรวจสอบเมื่อเดินทาง นอกจากนี้ต้องเก็บใบเสร็จรับเงินสิ่งของมีค่าต่างๆ เช่น อัญมณี หยก สินค้าหัตถกรรม ภาพวาด สิ่งประดิษฐ์ หรืออื่นๆ ที่คล้ายกัน เพื่อรับใบรับรองการส่งออกจากหน่วยงานที่ส่งออก หากไม่มีเอกสารเหล่านี้จะไม่สามารถนำเข้าประเทศจีนได้

👉 สินค้าที่ห้ามส่งออกจากประเทศจีน :

หรือของต้องห้ามนำเข้าสินค้าจากจีน เช่นเดียวกันกับสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีความลับของรัฐ สิ่งประดิษฐ์ทางวัฒนธรรมที่มีค่าของจีน สัตว์และพืชที่ใกล้ศูนย์พันธ์ุ (หายาก) และเมล็ดพืช ถือเป็นสมบัติมีค่าและห้ามส่งออกจากประเทศจีนด้วยเช่นกัน

ThaiTopCargo ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.thaitopcargo.com
โทร: 02-114-7117
Line:

ขั้นตอนการผ่านพิธีศุลกากรในยุคปัจจุบัน สามารถทำได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบ e-Import System เพื่อลดความยุ่งยาก...
01/05/2026

ขั้นตอนการผ่านพิธีศุลกากรในยุคปัจจุบัน สามารถทำได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบ e-Import System เพื่อลดความยุ่งยาก ความล่าช้าในการดำเนินงาน ทั้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรและผู้นำเข้า

ข้อดีของการนำเข้าสินค้าจากจีนผ่านระบบ e-Import นั้น ทำให้เก็บบันทึกข้อมูลและเอกสารไว้ในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้เอกสารแบบเก่า เรามาดูกันว่ามีขั้นตอนการนำเข้าอะไรบ้าง ที่สามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้

1️⃣ จัดทำใบขนสินค้าขาเข้าตามมาตรฐาน
ปัจจุบัน กรมศุลกากรกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าจากจีน ทำการยื่นใบขนฯ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมฯ เมื่อระบบฯได้รับข้อมูล และทำการตรวจสอบแล้ว จะทำการตอบรับข้อมูลดังกล่าว ถือเป็นการยื่นเอกสารผ่านพิธีการศุลกากรเรียบร้อยแล้ว

2️⃣ การตัดบัญชีใบขนสินค้าและรายงานการนำของเข้า
ผู้นำของเข้าหรือตัวแทน ต้องสำแดงชื่อเรือที่ขนส่งสินค้า และวันที่เรือเข้าเทียบท่า ไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าให้ถูกต้องครบถ้วน และชำระภาษีอากร หรือวางประกันค่าภาษีอากรสำหรับใบบขนสินค้าขาเข้าทุกประเภท โดยสามารถกระทำได้ทั้งก่อนและหลังวันที่เรือเข้า

3️⃣ ชำระค่าภาษีอากร
การชำระค่าภาษีอากรนำเข้าสินค้าจากจีน หลักๆ จะมีอยู่ 4 ประเภท ได้แก่ ภาษีอากรขาเข้า, ภาษีสรรพสามิต, ภาษีมหาดไทย และภาษีเพื่อมหาดไทย ทั้งนี้ สำหรับภาษีอากรขาเข้า จะต้องยื่นใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำการชำระอากร โดยอากรที่ชำระไว้เกิน สามารถขอคืนได้ในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่หากชำระอากรไว้ขาด กรมศุลกากรมีสิทธิ์เรียกเก็บอากรที่ขาดได้ตามกำหนดเวลาเช่นเดียวกัน

4️⃣ การตรวจสอบตามกระบวนการศุลกากร
อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการนำเข้าสินค้าจากจีนโดยผ่านพิธีการศุลกากรนั้น เจ้าหน้าที่จะมีการตรวสอบข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งข้อมูลในใบขนสินค้า และข้อมูลบัญชีสินค้า (Bill of Lading / Air Waybill) กับตัวแทนเรือ หากข้อมูลบัญชีสินค้าไม่ถูกต้อง ผู้นำเข้าต้องแจ้งให้ตัวแทนเรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องแล้วส่งข้อมูลกลับไปอีกครี้ง จากนั้นระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรจะออกเลขที่ใบขนสินค้าและแจ้งกลับไปยังผู้ส่งข้อมูลใบขนสินค้า กรณีได้รับยกเว้นการตรวจ ระบบฯ ของศุลกากรจะส่งข้อมูลใบสั่งปล่อยให้คลังสินค้าของศุลกากร และแจ้งให้ไปรับของ ณ คลังสินค้าของศุลกากร

5️⃣ การรับของจากอารักขาศุลกากร
ของที่ปล่อยออกจากอารักขาศุลกากรแล้ว ให้ถือว่ามีคุณภาพ ชนิด ปริมาณ น้ำหนัก ราคา อากร ถูกต้องตามข้อมูลในระบบฯ ของศุลกากร โดยก่อนนำของออกจากอารักขาศุลกากร ผู้นำเข้าจะต้องดำเนินการตามกระบวนการทางศุลกากรให้ถูกต้องครบถ้วน และตรวจสอบของที่นำเข้าให้ตรงกับข้อมูลในใบขนสินค้าขาเข้า ที่ส่งเข้าสู่ระบบฯ ของศุลกากร สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่ยังไมมีประสบการณ์ เพื่อป้องกันความผิดพลาดของข้อมูลและกระบวนการ ควรขอคำแนะนำหรือใช้บริการกับชิปปิ้งมืออาชีพ

ThaiTopCargo ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.thaitopcargo.com
โทร: 02-114-7117
Line:

การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าเพื่อใช้เองส่วนตัวหรือเป็นการนำเข้าเพื่อจำหน่ายต่อ ผู้นำเข้าต้องชำระค่...
24/04/2026

การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าเพื่อใช้เองส่วนตัวหรือเป็นการนำเข้าเพื่อจำหน่ายต่อ ผู้นำเข้าต้องชำระค่าภาษีอากร และปฏิบัติตามข้อห้าม ข้อกำกัด และระเบียบการนำเข้าที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม มีคำถามมากมายจากผู้นำเข้ามือใหม่ ที่ไม่แน่ใจว่า จริงๆ ในการนำเข้าแต่ละครั้ง มีภาษีอะไรบ้างที่ต้องชำระให้ถูกต้องตามกฎหมาย คำตอบก็คือ มีภาษีทั้งหมด 4 ประเภท ที่ถือเป็นหน้าที่ที่ผู้นำเข้าต้องชำระ ได้แก่

1️⃣ ภาษีอากรขาเข้า

อากร หมายถึง เงินรายได้ของประเทศที่กฎหมายกำหนดให้กรมศุลกากรเป็นหน่วยงานจัดเก็บจากการนำของเข้ามาหรือส่งของออกไป ของที่นำเข้ามาหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร สำหรับอากรขาเข้า จะจัดเก็บก็ต่อเมื่อมีการของเข้ามาในไทยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น
٠ หากเป็นการถือเข้ามาเป็นของติดตัวขณะเดินทางเข้าประเทศ ของนั้นต้องมีมูลค่าเกินกว่า 20,000 บาท
٠ กรณีที่เป็นการนำเข้ากับบริษัทชิปปิ้ง ของนั้นต้องมีมูลค่ารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัยเกิน 1,500 บาท ถึงจะเสียค่าภาษีอากรนำเข้า แต่หากต่ำกว่า 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายภาษีอากรนำเข้า

สำหรับค่าอากรที่ชำระไว้เกินสามารถขอคืนเงินได้ในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่หากชำระอากรไว้ขาด กรมศุลกากรมีสิทธิ์เรียกเก็บอากรที่ขาดได้ตามกำหนดเวลา อย่างไรก็ตาม ผู้นำเข้าควรเก็บเอกสารที่ออกโดยกรมศุลกากรไว้เป็นหลักฐานแสดงการนำเข้าและการชำระภาษีอย่างถูกต้องอย่างน้อย 5 ปี นับแต่วันนำของเข้าหรือส่งของออก หากเลิกกิจการต้องเก็บไว้อีก 2 ปี นับแต่วันเลิกกิจการ หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะมีบทลงโทษ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา

2️⃣ ภาษีสรรพสามิต

ภาษีสรรพสามิต คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าบางประเภท เช่น สินค้าที่บริโภคแล้วอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพและศีลธรรม สินค้าฟุ่มเฟือย หรือสินค้าที่ได้รับผลประโยชน์เป็นพิเศษจากรัฐ หรือเป็นสินค้าที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ เครื่องดื่ม, เครื่องไฟฟ้า (เฉพาะเครื่องปรับอากาศและโคมระย้าที่ทำจากแก้วเลดคริสตัลและแก้วคริสตัลอี่นๆ ) , น้ำมัน, รถยนต์, เรือยอชต์และยานพาหนะทางน้ำที่ใช้เพื่อความสำราญ, น้ำหอม, พรมและสิ่งทอปูพื้นอื่น (เฉพาะที่ทำด้วยขนสัตว์), สถานบริการ (สนามแข่งม้า สนามกอล์ฟ), รถจักรยานยนต์, แบตเตอรี่, สุรา, ยาสูบและไพ่ โดยกรมสรรพสามิต เป็นหน่วยงานที่เป็นผู้จัดเก็บภาษีดังกล่าว

3️⃣ ภาษีเพื่อมหาดไทย

ภาษีเพื่อมหาดไทย จะต้องมีการชำระก็ต่อเมื่อต้องเสียภาษีสรรพาสามิต ซึ่งสินค้าที่ต้องชำระภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทย เช่น น้ำหอม สุรา ยาสูบ ไพ่ แบตเตอรี่ เป็นต้น

4️⃣ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT

เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละขั้นตอนของการผลิตสินค้าหรือบริการ และการจำหน่ายสินค้าหรือบริการชนิดต่างๆ ปัจจุบันเรียกเก็บที่ 7% จากเดิม 10% ใช้หลักการจัดเก็บแบบเดียวกันกับอากรขาเข้า คือ จัดเก็บต่อเมื่อได้มีการนำของเข้ามาในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น
٠ หากเป็นการถือเข้ามาเป็นของติดตัวขณะเดินทางเข้าประเทศ ของนั้นต้องมีมูลค่าเกินกว่า 20,000 บาท
٠ กรณีที่เป็นการนำเข้ากับบริษัทชิปปิ้งหรือส่งผ่านไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ของตั้นต้องมีมูลค่ารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัยเกิน 1,500 บาท

อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าจากจีนในปัจจุบันได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าต่ำสุด 0% หากผู้นำเข้ามีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าหรือ Form E ซึ่งสามารถแจ้งกับบริษัทชิปปิ้งให้เป็นผู้ดำเนินการออกให้ได้

การเริ่มต้นทำธุรกิจอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะอย่างไรให้ธุรกิจดำเนินไปต่อได้ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเรียนรู้และหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ตลอด

ThaiTopCargo ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.thaitopcargo.com
โทร: 02-114-7117
Line:

สินค้าจากจีนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่ปี และเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นิยมใช้มากที่สุดในตลาด ปัจจุบัน คุ...
17/04/2026

สินค้าจากจีนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่ปี และเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นิยมใช้มากที่สุดในตลาด ปัจจุบัน คุณสามารถหาซื้อได้ทุกที่จากแหล่งจำหน่ายออนไลน์ และหากมองไปรอบๆ ตัว จะพบว่ามีสินค้า 1 ใน 2 อย่างที่ผลิตหรือประกอบในจีน ทำไมสินค้าจีนจึงได้รับความนิยมสูง และเป็นตลาดหลักที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจ ต่อไปนี้ คือ 5 เหตุผลสำคัญ

1. สินค้าจากจีนมีคุณภาพสูง

:: จากความเชื่อที่เคยบอกต่อๆ กันมาว่าผลิตภัณฑ์จากจีนมีคุณภาพไม่ดีนั้น อาจต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะทุกวันนี้ Apple แบรนด์ยอดนิยมของคนทั่วโลกมีโรงงานผลิตในประเทศจีน ด้วยโครงสร้างพื้นฐานการผลิตสินค้าคุณภาพสูง และแรงงานที่มีราคาไม่แพง ทำให้หลายแบรนด์ดังของโลก หันมาลงทุนเปิดโรงงานในจีนและใช้แรงงานผลิตจากชาวจีนแทน

2. มีกำลังผลิตสูง

:: หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากเลือกนำเข้าสินค้าจากจีน เนื่องจากโรงงานผลิตของจีนสามารถผลิตสินค้าได้ในปริมาณมาก และยิ่งผลิตมาก ราคาสินค้าก็ยิ่งถูกลง เมื่อต้นทุนต่ำ ก็ยิ่งทำกำไรได้มากเมื่อนำมาจำหน่าย จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมผู้ประกอบการคนไทยจึงเลือกนำเข้าสินค้าจากจีนสูงสุดเป็นอันดับ 1

3. เป็นผู้นำทางด้านดีไซน์

:: รูปลักษณ์การออกแบบผลิตภัณฑ์และแพ็คเกจสินค้า เป็นสิ่งแรกที่จะดึงดูดใจลูกค้า จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงตัดสินใจซื้อสินค้าจากการออกแบบ และหากคุณต้องการให้ผลิตภัณฑ์ดูโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ก็จำเป็นต้องลงทุนในเรื่องการออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ นอกจากนี้ อีกเหตุผลหนึ่งที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะนำเข้าผลิตภัณฑ์จากประเทศจีนนั้น ก็เป็นเพราะความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบที่สร้างสรรค์ของชาวจีน รวมไปถึงร้านค้าในเว็บไซต์ 1688 ต่างก็มีดีไซเนอร์ที่สามารถออกแบบสินค้าให้คุณได้ตามที่ต้องการอีกด้วย

4. มีวัสดุให้เลือกใช้ได้หลากหลาย

:: ในจีนมีโรงงานผลิตวัสดุมากมาย และเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งยังมีราคาถูกด้วย จึงเป็นอีกเหตุผลหลักที่ทำให้ราคาต้นทุนการผลิตต่ำ จึงช่วยลดต้นทุนผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ จีนยังมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย มีการใช้เครื่องจักรอย่างกว้างขวางในการผลิตสินค้า ทำให้สินค้าได้มาตรฐานเดียวกัน และมีคุณภาพดี

5. ค่าแรงถูก

:: เมื่อเปรียบเทียบกับค่าแรงในสหรัฐอเมริกาแล้ว นับว่าแรงงานจีนในโรงงานมีค่าตอบแทนที่น้อยกว่า จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ และเป็นราคาที่ผู้ประกอบการสามารถเอื้อมถึงได้

อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าจากจีน ถือเป็นธุรกิจที่เฟื่องฟูมากในปัจจุบัน จากเหตุผลดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ นอกจากนี้ การนำเข้าจากจีนยังไม่ใช่เรื่องยาก คุณไม่จำเป็นต้องเดินทางไปประเทศจีนหรือมีความรู้ด้านภาษาจีน ก็สามารถนำเข้าได้ โดยการใช้บริการกับชิปปิ้งมืออาชีพ ที่สำคัญ การนำเข้าจากจีนแบบถูกกฎหมาย ยังช่วยประหยัดภาษีนำเข้าต่ำสุด 0% หากมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าหรือ Form E สำหรับผู้สนใจและอยากเริ่มต้นนำเข้า สามารถปรึกษาและขอคำแนะนำได้กับบริษัท ThaiTopCargo บริการนำเข้าแบบถูกกฎหมาย ขนส่งทางรถและเรือ พร้อมจัดส่งสินค้าถึงหน้าบ้าน

ThaiTopCargo ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.thaitopcargo.com
โทร: 02-114-7117
Line:

การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ อาจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการเริ่มต้นลงมือทำธุรกิจ แต่เชื่อเถอะว่า เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะดีใจที่ได้ลง...
10/04/2026

การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ อาจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการเริ่มต้นลงมือทำธุรกิจ แต่เชื่อเถอะว่า เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะดีใจที่ได้ลงมือทำ
แม้จะไม่ประสบความสำเร็จอย่างใจหวัง แต่ก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และนำมาใช้พัฒนาต่อ
เช่นเดียวกับการทำธุรกิจออนไลน์ในยุคนี้ มีผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่าอัตราความล้มเหลวจะเกิดขึ้นภายใน 120 วันแรก หรือคิดเป็น 90% ของมือใหม่ โดยเฉพาะหากขาดการวางแผนด้านกลยุทธ์การตลาด และการวางแผนให้รอบคอบ

ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีแผน 1 แผน 2 และแผน 3 เสมอ เพราะไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดสถานการณ์โรคระบาดหรือภัยธรรมชาติอะไรขึ้นบ้าง

อย่างไรก็ตาม คุณอาจเริ่มต้นจากธุรกิจออนไลน์ขนาดเล็ก แล้วค่อยๆ ขยายไปสู่การเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะปลอดภัยกว่าการเริ่มต้นทำสิ่งใหญ่ๆ เกินตัว และต่อไปนี้คือ 3 สิ่งที่เป็นเรื่องท้าทายของธุรกิจออนไลน์ ที่คุณต้องเตรียมรับมือให้พร้อม

1️⃣ การดำเนินการจัดส่งและการคืนสินค้า

สิ่งแรกคือการใช้เวลาค้นหาบริษัทผู้ให้บริการขนส่งที่มีความน่าเชื่อ มีบริการตรงต่อเวลาและมีประสบการณ์หรือชั่วโมงบินสูง หากคำสั่งซื้อมีจำนวนไม่มากนัก ก็อาจไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อไหร่ก็ตาม ที่มีคำสั่งซื้อมากขึ้น อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงเมื่อคุณเลือกชิปปิ้งที่ไม่เป็นมืออาชีพ ส่งของล่าช้า ไม่อัปเดตสถานะสินค้า จนทำให้ลูกค้าของคุณเริ่มไม่พอใจ เพราะฉะนั้น ควรใช้เวลาในการเลือกชิปปิ้งที่มีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง อย่าลืมเรียนรู้วิธีจัดการการส่งมอบและการคืนสินค้าในบางกรณี

2️⃣ เว็บไซต์คืออวัยวะสำคัญที่ขาดไม่ได้

ปัจจุบัน การมีร้านค้าออนไลน์เพียงอย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอสำหรับธุรกิจ การสร้างเว็บไซต์เป็นหนึ่งในวิธีที่ต้องทำและสำคัญที่สุด มันเป็นการยืนยันว่าร้านค้าของคุณมีตัวตนอยู่จริง สร้างความน่าเชื่อถือและเป็นทางการมากกว่าช่องทางออนไลน์อื่นๆ จนมีผู้กล่าวไว้ว่า เว็บไซต์เปรียบเสมือนร่างกาย ในขณะที่ Social Media อื่นๆ คืออวัยวะของร่างกาย นอกจากนี้ ควรลงทุนเกี่ยวกับเครื่องมือค้นหาที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจ และช่วยให้ผู้คนเสิร์ชเจอร้านของคุณได้มากขึ้น ซึ่งย่อมส่งผลให้เกิดการรับรู้ของแบรนด์และโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้นด้วย

3️⃣ การแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่

การแข่งขันเป็นความท้าทายสำหรับธุรกิจออนไลน์ และบริษัทขนาดใหญ่อาจมีส่วนแบ่งที่สำคัญของตลาด แต่อย่าเพิ่งถอดใจไป ยังมีวิธีที่ชาญฉลาดในการหาช่องทางเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งของตลาด เช่น ทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณมีความแตกต่างจากคู่แข่ง ทั้งด้านคุณภาพและราคา

อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ คุณจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้ลึก และวางแผนการวิจัยอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบว่าการใช้วิธีใด จึงจะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตให้ได้มากที่สุด

Thaitopcargo ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.thaitopcargo.com
โทร: 02-114-7117
Line:

สำหรับโมเดลการทำธุรกิจแบบ B2B หรือ Business to Business นั้น เป็นโมเดลการทำธุรกิจ ที่มีการแข่งขันสูงและเพิ่มมากขึ้นเรื่อ...
03/04/2026

สำหรับโมเดลการทำธุรกิจแบบ B2B หรือ Business to Business นั้น เป็นโมเดลการทำธุรกิจ ที่มีการแข่งขันสูงและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้าคือการรักษาราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะลดราคาเช่นนั้นได้ตลอดไป โดยไม่สูญเสียเงิน เว้นเสียแต่ว่าจะลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจได้ในเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม นี่คือ 5 กลยุทธ์ ที่จะช่วยให้บริษัทที่ดำเนินธุรกิจแบบ B2B สามารถเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างชาญฉลาด

1️⃣ เลือกพื้นที่ที่เหมาะสม

หาซื้อหรือเช่าพื้นที่สำนักงาน ที่ต้องการจริงๆ หรือเป็นการซื้ออาคารขนาดใหญ่เพื่อการเติบโตในอนาคต แต่การเริ่มต้นที่ดีที่สุดและช่วยลดต้นทุนได้ดีที่สุด รวมทั้งประหยัดพื้นที่ เป็นสิ่งที่สามารถเริ่มต้นทำได้
การทำงานสามารถทำได้ทั้งจากที่บ้านและอนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้เช่นกันหากเป็นไปได้ หรือเริ่มต้นการจัดการสินค้าคงคลังด้วยการเป็นพันธมิตรกับธุรกิจจัดเก็บ เพื่อช่วยบริหารจัดการสินค้าคงคลังจำนวนมาก
ดังนั้น เมื่อเลือกพื้นที่สำนักงานจึงต้องคำนึงถึงตัวเลือกทั้งหมดที่เป็นประโยชน์ เช่น อาคารที่มีราคาถูก แต่อาจมีค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาในระยะยาว หรือการเพิ่มขึ้นของค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อาคารที่มีความมั่นคงแข็งแรง สามารถควบคุมราคาและประหยัดเงินจำนวนมากในระยะยาว

2️⃣ ระบบอัตโนมัติและซอฟต์แวร์

แอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์ มีให้เลือกมากมายสำหรับธุรกิจ งานหลายอย่างอาจเคยต้องการพนักงานดำเนินงาน แต่เพื่อการดำเนินงานบางอย่างอาจทำให้สำเร็จลุล่วงได้โดยอัตโนมัติ ผ่านระบบอัตโนมัติด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นการจัดการบัญชีเงินเดือน การป้อนข้อมูล การคำนวณและการจ่ายภาษี กรณีที่มีสินค้าคงคลังจริงสามารถใช้ซอฟต์แวร์เพื่อติดตามจำนวนและคุณภาพ รวมถึงการแจ้งเตือนถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

3️⃣ Outsourcing

ในขณะที่แอปฯ และซอฟต์แวร์ สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากมาย ยังมีบางส่วนของการทำงานประจำวันที่ต้องได้รับการควบคุมจากบุคคล ซึ่งการทำงานจำนวนมากให้ประสบความเร็จลุล่วงอาจต้องให้ Outsource ในการจัดการงาน
Outsourcing คือ การว่าจ้างบุคคลภายนอก ซึ่งไม่ใช่พนักงานประจำของบริษัทเพื่อทำงานที่มีความสำคัญหรืองานที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะ Outsource ช่วยให้คุณเลือกทำงานกับคนที่คุณต้องการได้ ในการจ้างเหมาช่วงใดๆ สามารถบรรลุผลสำเร็จหรือเท่ากับจำนวนเงินที่สามารถประหยัดได้ หากธุรกิจของคุณไม่เชี่ยวชาญเรื่องการนำเข้าสินค้าจากจีน สามารถใช้บริการชิปปิ้งจีนจาก ThaiTopCargo ช่วยการดำเนินงานได้

4️⃣ พันธมิตรทางธุรกิจ

เมื่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเริ่มสูงขึ้น อาจจำเป็นต้องมองหาพันธมิตรทางธุรกิจขนาดเล็กอื่นๆ เพื่อทำงานร่วมกันและช่วยลดต้นทุน หากมีพื้นที่ในสำนักงานว่างให้เช่ากับธุรกิจขนาดเล็กอื่นๆ ยังเป็นโอกาสในการทำเงินและการประหยัดที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

5️⃣ เป็นพันธมิตรกับลูกค้า

การพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อาจดูเป็นวิธีทำเงินที่ดี และช่วยประหยัดเงินได้ ทั้งช่วยลดความจำเป็นในการใช้จ่ายค่าโฆษณา ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดการสินค้าคงคลัง เนื่องจากลูกค้าจะทำการสั่งซื้อแบบปกติ โดยมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการมากกว่าการรักษาความหลากหลาย ทำให้เกิดความคุ้มค่าในระยะยาวจากการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า

🟩 สรุป 🟩

٠ ควรเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมกับความต้องการในปัจจุบัน แทนที่จะจ่ายเพิ่มสำหรับพื้นที่ที่ไม่จำเป็น
٠ ซอฟต์แวร์อัตโนมัติ เช่น บัญชีเงินเดือน ช่วยให้ประหยัดมากขึ้นเมื่อเทียบกับการจ้างพนักงานเพื่อทำงานเหล่านี้
٠ จ้างงานกับ Outsource เท่าที่จำเป็น ในส่วนของงานที่ไม่ต้องทำเต็มเวลา
٠ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อแบ่งปันทรัพยากรและลดค่าใช้จ่าย ตลอดจนรับผลประโยชน์ร่วมกัน
٠ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะกลับมาที่ธุรกิจของคุณ

Thaitopcargo ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.thaitopcargo.com
โทร: 02-114-7117
Line:

เนื่องจากภาษีศุลกากรและสงครามการค้าเพิ่มสูงขึ้น นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายและความซับซ้อนในการทำธุรกิจข้ามพรมแดน โดยเฉพาะอัตราภาษ...
27/03/2026

เนื่องจากภาษีศุลกากรและสงครามการค้าเพิ่มสูงขึ้น นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายและความซับซ้อนในการทำธุรกิจข้ามพรมแดน โดยเฉพาะอัตราภาษีอากรขาเข้าที่ผู้นำเข้าสินค้าต้องดำเนินการชำระตามกฎหมาย

ปัจจุบัน มีหลายบริษัทที่ต้องเสียภาษีมากกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ทำให้ส่งผลกระทบต่อกำไรของธุรกิจ ทั้งที่จริงๆ แล้ว มีหลายวิธีที่สามารถลดอากรขาเข้าได้ ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยประหยัดต้นทุนผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภาพรวมทั้งหมดอีกด้วย โดยต่อไปนี้คือเคล็ดลับการนำเข้าอย่างชาญฉลาดและถูกวิธี

1. ความแตกต่างระหว่างประเทศ
การเรียกเก็บภาษีสำหรับสินค้าในแต่ละประเทศมีอัตราและข้อบังคับที่แตกต่างกัน สิ่งที่พบได้บ่อยที่สุดคือการออกกฎเพื่อป้องกันการถูเอาเปรียบทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ อย่างไรก็ตาม การจัดส่งข้ามพรมแดนจะต้องเสียภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม GST หรือ Goods and Services Tax (ภาษีการขายและการบริการ) สำหรับการนำเข้าจากบางประเทศ อาจคิดภาษีเพิ่มเป็นสองเท่าจากการซื้อสินค้าออนไลน์

2. ความรับผิดชอบต่อห่วงโซ่อุปทาน
มีหลายบริษัทที่ต้องจัดสรรภาษีศุลกากรและคำนวณอัตราภาษี ซึ่งบางบริษัทอาจผลักภาระไปที่ผู้ให้บริการขนส่ง หากคุณโชคดี อาจเจอกับชิปปิ้งที่คำแนะนำและช่วยคำนวณอัตราภาษีได้อย่างถูกต้อง แต่ถ้าโชคร้ายได้เจอกับชิปปิ้งเถื่อน พวกเขาอาจชาร์จค่าขนส่ง และทำให้ต้นทุนสินค้าของคุณเพิ่มโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น การเลือกใช้บริการกับชิปปิ้งที่เป็นมืออาชีพ และมีประสบการณ์สูง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเลือกให้ดี

3. ตรวจสอบข้อมูลเรื่องภาษีอยู่เสมอ
ในทุกๆ ปี อัตราภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลง ผู้นำเข้าจึงควรตรวจสอบข้อมูลอยู่เสมอ ทั้งนี้ อัตราภาษีที่จัดเก็บนั้น มักขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน และค่าเงินที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลต้องมองหาแหล่งรายได้ของภาษีใหม่

4. ศึกษาผลิตภัณฑ์ที่มีการควบคุม
ผลิตภัณฑ์ในหลายประเทศมีการควบคุมหรือเป็นสินค้าต้องกำกัด เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราภาษีนำเข้า บางประเทศอาจคิดค่าภาษีนำเข้าสูงกว่าสินค้าปกติทั่วไป เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจอยู่ภายใต้การควบคุมเพื่อรักษาสถานะของการค้าภายในประเทศ และในบางสถานการณ์ผลิตภัณฑ์ต้องห้ามและต้องกำกัด อาจมีสถานะผิดกฎหมาย

5. เช็คพิกัดภาษีให้ถี่ถ้วน
ผู้นำเข้าต้องทราบว่า หนึ่งในกระบวนการที่ยากที่สุดและใช้เวลานานที่สุดของการคำนวณภาษีที่ถูกต้องคือการตรวจสอบพิกัดภาษีนำเข้าให้ถูกต้อง ปัจจุบันสามารถให้บริษัทชิปปิ้งเป็นผู้ตรวจสอบให้ได้ หรือผู้นำเข้าสามารถเช็คพิกัดภาษีได้จากบนเว็บไซต์ของกรมศุลกากร หรือโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อทำการตรวจสอบให้ก็ได้ที่เบอร์ 02-667-7000 ต่อ 205144 อย่างไรก็ตาม หมายเลขของรหัสภาษีตัวแรกจะเป็นตัวเลขที่เป็นสากล และตัวเลขสุดท้ายจะแตกต่างกันไปตามประเทศ หากรหัสผิด หรือใช้รหัสของประเทศอื่น อาจทำให้คุณเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

6. คำนวณภาษีที่ต้องชำระทั้งหมด
โดยปกติแล้ว การนำเข้าสินค้านั้น จะต้องเสียภาษีทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ ภาษีอากรนำเข้า ภาษีสรรสามิต (สำหรับการนำเข้าสินค้าบางประเภทที่จำเป็นต้องเสียภาษีสูงกว่าปกติ เช่น สินค้าที่บริโภคแล้วเกิดผลเสียต่อสุขภาพ อาทิ สุรา ยาสูบ พรมหรือสิ่งทอที่ทำด้วยขนสัตว์ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ) ภาษีมหาดไทย และภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้นำเข้าควรคำนวณค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นต้องจ่าย เช่น ค่าทำประกันภัยขนส่ง การทราบรายจ่ายทั้งหมดของการนำเข้า จะช่วยให้คุณวางแผนและควบคุมค่าใช้จ่ายในครั้งต่อไปได้อย่างรัดกุมมากยิ่งขึ้น

Thaitopcargo ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.thaitopcargo.com
โทร: 02-114-7117
Line:

เมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย ผู้นำเข้าต้องยื่นใบขนสินค้าและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ...
20/03/2026

เมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย ผู้นำเข้าต้องยื่นใบขนสินค้าและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ท่าที่นำเข้า
โดยก่อนที่จะนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศต้องทำการลงทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (Paperless) ก่อน และหากไม่ต้องการผ่านพิธีการเอง สามารถมอบอำนาจให้ตัวแทน (Custom Broker) ดำเนินการแทนได้

ในบางกรณีผู้นำเข้ายังต้องขอใบอนุญาตในการนำเข้าสำหรับสินค้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า โดยสินค้าบางรายการต้องได้รับการอนุญาตให้นำเข้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนการนำเข้า ซึ่งเอกสารที่จำเป็นในการยื่นเพื่อดำเนินพิธีการทางศุลกากรนั้น ประกอบไปด้วย

+ ใบขนสินค้าขาเข้า (Import Entry Declaration)
+ ใบตราส่งสินค้า (B/L หรือ Bill of Lading)
+ บัญชีราคาสินค้า (Invoice)
+ บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (Packing List)
+ ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมการนำเข้า (License)
+ ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate Of Origin) กรณีขอลดหรือยกเว้นอัตราอากรขาเข้า
+ เอกสารอื่น ๆ เช่น แค็ตตาล็อก เอกสารแสดงส่วนผสม เป็นต้น

หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผู้นำเข้าต้องมาดำเนินการผ่านพิธีการนำเข้าในระบบ Paperless โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. การบันทึกข้อมูล ให้ผู้นำเข้าหรือตัวแทนบันทึกข้อมูลบัญชีราคาสินค้า (Invoice) ผ่านคอมพิวเตอร์หรือทาง Counter Service โดยโปรแกรมจะจัดทำข้อมูลให้อยู่ในรูปของ ‘ใบขนขาเข้า’ แล้วส่งข้อมูลให้กับทางกรมศุลกากร

2. การตรวจสอบข้อมูล เมื่อกรมศุลกากรได้รับข้อมูลแล้ว จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น หากข้อมูลที่บันทึกมีข้อผิดพลาด กรมศุลกากรจะแจ้งข้อมูลกลับ เพื่อให้ทางผู้นำเข้าหรือตัวแทนแก้ไขแล้วส่งข้อมูลกลับไปใหม่ เมื่อข้อมูลทุกอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้วกรมศุลกากรจึงจะออก ‘เลขที่ใบขนสินค้าขาเข้า’

3. การตรวจสอบเงื่อนไข กรมศุลกากรจะทำการตรวจสอบเงื่อนไขอย่างละเอียด โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

- Green Line ใบขนสินค้าขาเข้าประเภทที่ไม่ต้องตรวจสอบพิธีการ สามารถนำใบขนสินค้าขาเข้าไปชำระภาษีอากร วางประกันและตรวจปล่อยสินค้าได้เลย
- Red Line ใบขนสินค้าขาเข้าประเภทที่ต้องตรวจสอบพิธีการ ต้องนำใบขนสินค้าไปติดต่อกับหน่วยงานประเมินอากรของท่าที่นำเข้าสินค้านั้น

4. การตรวจปล่อยสินค้า เมื่อชำระภาษีอากรทั้งหมดแล้ว จะมีการตรวจสอบข้อมูลของสินค้าอีกครั้ง ก่อนทำการปล่อยสินค้าออกมา

5. การจัดเก็บข้อมูล ผู้นำเข้าหรือตัวแทนต้องทำการจัดเก็บข้อมูล ‘บัญชีราคาสินค้า’ ในรูปของสื่อคอมพิวเตอร์ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบใบขนสินค้าหลังการตรวจปล่อย โดยสามารถจัดพิมพ์เป็นรายงานได้เมื่อกรมศุลกากรร้องขอ

อย่างไรก็ตาม แม้ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าผ่านพิธีศุลกากรอาจดูเหมือนไม่ยุ่งยาก แต่หากใช้บริการกับชิปปิ้งหรือบริษัทขนส่งก็จะช่วยประหยัดเวลาและสะดวกกว่ามาก

Thaitopcargo ส่งออกจากจีนทุกวัน จัดส่งทั่วประเทศ
www.thaitopcargo.com
โทร: 02-114-7117
Line:

ที่อยู่

Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6621147117

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ThaiTopCargoผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์