05/08/2022
หุบเขาคริปโตที่เมืองซุก สวิตเซอร์แลนด์
Zug Crypto Valley แห่งสวิตเซอร์แลนด์กำลังกลายเป็นศูนย์กลางคริปโทเคอร์เรนซีของโลก
เทคโนโลยี Blockchain และ Crypto กำลังเปลี่ยนแลงโลกอย่างช้า ๆ เพราะตั้งแต่ Bitcoin ได้เกิดขึ้นเมื่อปี 2019 มันก็เริ่ม Disrupt สิ่งเดิม ๆ และทำให้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น
เมื่อมันเริ่มเข้ามาในแต่ละประเทศหรือแต่ละทวีปนั้น มันก็สามารถทำให้เราได้รับรู้ว่า ประเทศไหนต้อนรับคริปโตหรือเปิดรับเทคโนโลยี Blockchain บ้าง เพราะแต่ละประเทศก็มีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันออกไป แม้แต่รัฐบาลแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน
Zug: From Silicon Valley to Crypto Valley
เมือง Zug ที่ประเทศสวิสฯ เช่นเดียวกับ 'Santa Clara' ของแคลิฟอร์เนียที่เปลี่ยนชื่อเป็น 'Silicon' Valley เมื่อกลายเป็นบ้านของคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต หุบเขาสวิสมีเป้าหมายที่จะกลายเป็น 'Crypto' ซึ่งเป็นที่ตั้งของเทคโนโลยีบล็อคเชนและสกุลเงินดิจิทัล เงินทุนเมล็ดพันธุ์ดีๆ สติปัญญา ความสามารถ และ มันสมองจากทั่วโลกกำลังจะหลั่งไหลเข้ามา
Zug จึงถูกขนานนามว่าเป็น “Crypto Valley” หรือหมู่บ้านคริปโต และในปัจจุบันมีธุรกิจ Startup ด้านคริปโตและ Blockchain อยู่หมู่บ้านนี้เป็นจำนวนหลายพันบริษัทแล้วจนตอนนี้กลายเป็น “Crypto Nation”
เห็นได้ชัดว่า Bitcoin ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในสวิตเซอร์แลนด์เนื่องจากรัฐบาลได้สร้างหน่วยงานเฉพาะสำหรับการสำรวจและขยายการใช้คริปโตและ Blockchain ภายในประเทศ ปัจจุบันสวิตเซอร์แลนด์เป็นแหล่งของเหรียญดัง ๆ เช่น Tezos, Ethereum และเว็บเทรด ShapeShift
จากทางเหนือ ภูมิประเทศดูเหมือนเป็นบ้านของฮอบบิท: เชิงเขาเขียวขจีไหลไปสู่ภูเขาที่มีหมอกหนา จากนั้นจะเปิดออกสู่ทะเลสาบบนเทือกเขาแอลป์ ซึ่งใสสะอาดและอบอุ่นเพียงพอในฤดูร้อนสำหรับการว่ายน้ำ กีฬาทางน้ำมีขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับการปีนเขา ปั่นจักรยาน ปีนเขา ร่มร่อน และสกี/สโนว์บอร์ดในฤดูหนาว ทั้งหมดนี้อยู่หน้าประตูโรงแรม การจราจรไม่เลว การขนส่งสาธารณะและการบริการดีเยี่ยม และทุกที่ ที่สะอาดและปลอดภัยในชีวิต
เมืองซูค ซึ่งอยู่ห่างจากซูริกไปทางใต้ 25 กม. ดึงดูดใจผู้คน กลุ่มหนึ่งที่เลือก คือผู้ประกอบการที่อยู่เบื้องหลัง blockchain และที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrencies
จุดเริ่มต้น Crypto Valley ซึ่งเริ่มมาจากการทำ Fintech เป็นหลัก และ Service หลักของ Crypto Valley ก็คือ Fintech
Crypto สาย Fintech มาเริ่มต้นที่นี่ราวๆ 528 ราย แต่ทั้งประเทศรวม 1128 ราย และมีขนาดเศรษฐกิจ 611 Billion USD ทำให้ถูกเรียกว่า Crypto Valley และจริงๆแล้ว Swiss เป็นประเทศที่มีการกระจายตัวของ Crypto Fintech Startup อยู่ทั่วประเทศ
ต้นกำเนิดของ Crypto Valley เกิดขึ้นในปี 2013 โดยช่วงนั้นมี Startup เด่นๆหลายรายเกิดขึ้น เช่น Lykke, Bitcoin Suisse และ Monetas 'ทนายความดิจิทัล'
และจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือ ปี 2014 ที่ Ethereum Foundation มาตั้งที่นี่ และหลังจากนั้นตลอดไปจนถึงปัจจุบันก็ตามมากันอีกเป็นขบวน
Ether :
หลังจากที่ Vitalik Buterin โปรแกรมเมอร์ชาวรัสเซีย – แคนาดา ได้แรงบันดาลใจจากการเปิดตัว Bitcoin ในปี 2009
เค้ายอมรับ Bitcoin! ในไม่ช้าเปลวไฟก็แพร่กระจายไปยังผู้ให้บริการ อาทิเช่น สำหรับคำแนะนำทางด้านกฎหมาย Ethereum หันไปหา MME บริษัทกฎหมายในท้องถิ่น
Vitalik Buterin จึงได้ขยายบล็อคเชนที่อยู่เบื้องหลังสกุลเงินดิจิทัลให้เป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถใช้ในสกุลเงินอื่นได้ และใช้ในแอปพลิเคชันที่ไม่ใช่สกุลเงินต่างๆได้ ด้วยอายุเพียง 20 ปี เขาย้ายจากโตรอนโตไปยังเมืองเก่าของ Zug เพื่อก่อตั้งมูลนิธิ Ethereum ซึ่งนับแต่นั้นมาได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในบล็อคเชนและสัญญาอัจฉริยะ
ICO :
จุดที่ทำให้ Swiss ทำเรื่องนี้ได้ดีมากคือมีการตั้ง Crypto Association ร่วมกันและช่วยกันผลักดันอุตสาหกรรมนี้อย่างจริงจังจนทำให้เริ่มมี ICO แรกในปี 2015
เริ่มมีการยอมรับการใช้ Bitcoin ในปี 2016 จนรัฐสามารถยอมรับ และให้ออก ICo Guideline ในปี 2018
สวิตเซอร์แลนด์ได้รับการจัดอันดับที่ 3 ในการระดมทุนด้วยสกุลเงินดิจิทัลตาม ICO Watchlist รองจากรัสเซียและสหรัฐอเมริกา เหนือกว่าแหล่งเทคโนโลยีทางการเงินอื่นๆ เช่น ลอนดอน สิงคโปร์ และอิสราเอล
ในช่วงกลางปี 2016 ถึงปัจจุบัน เมือง Zug ประกาศว่าจะยอมรับการชำระเงินด้วย Bitcoin แม้ว่าการทำธุรกรรม Bitcoin จริงๆจะยังมีน้อย แต่ก็เป็นสัญญาณที่ทรงพลังสำหรับผู้ประกอบการ "Zug เปิดกว้างสำหรับธุรกิจ crypto"
เริ่มมี Blockchain Bank ในปี 2019 และในปี 2021 ก็อนุญาติให้ใช้ Bitcoin ในการจ่ายภาษี จะเห็นว่าหากภาครัฐเล็งเห็นและให้ความสำคัญอย่างจริงจังก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้เร็ว ทั้งในเรื่องของกฎหมายที่ถูกผ่านร่างในปี 2020 ซึ่งมีการจัดตั้งหน่วยงานอย่าง Swiss Blockchain Taskforce มาในปี 2017 เพิ่ง 3 ปีที่ผ่านมาเอง
Investment Opportunities in Blockchain :
โปรเจค Blockchain ต่างๆที่ผ่านมาที่ MD ของ Crypto Valley LAB ได้มีการลงทุน เช่นการลงทุนในการเก็บบันทึก Record ของสำมะโนประชากร และที่ดินใน Blockchain ที่แอฟริกาใต้ อย่างโปรเจค HouseAfrica หรือแม้กระทั่งโปรเจคที่เอา Blockchain ไปทำ Fraud Detection สำหรับการประกันภัย อย่าง BlockFrauds และโปรเจคการทำโฆษณาใน Blockchain
ผู้เล่นมากมายในอุตสาหกรรม Blockchain ช่วงแรกมาจาก Startup แต่ช่วงนี้ทางด้าน Corporate ลงมาเล่นเยอะขึ้นมาก ตัวใหญ่ๆอย่าง Grayscale, Meta, SIX, JP Morgan, Nestle, Apple, SAMSUNG, S&P Down jones, VISA และอื่นๆอีกมากมายเข้ามาสู่ตลาดนี้แล้วทั้งนั้น
การลงทุนมีหลายระดับแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ Seed, Series-A, Digital Asset Fund, Fund to Fund, Equity Share และ Defi Select ซึ่งแน่นอนว่าจะผ่านแต่ละด่านไปได้คงโหด และหินน่าดูเชียวหละครับ เพราะปีๆนึงมีคนส่งโปรเจคเข้ามากว่า 3,000 โปรเจค++ เลยทีเดียว
Crypto Valley Labs ได้จัดตั้งศูนย์บ่มเพาะ/สำนักงานผู้ให้บริการในใจกลางเมือง Zug นักลงทุน นักบัญชี แม้แต่รัฐบาลท้องถิ่นก็ยินดีต้อนรับ คริปโตน้องใหม่ ด้วยปัจจัยสนับสนุนที่เปิดกว้าง
Sustainability & Well-being :
สัญญาณได้รับการสนับสนุนโดยโครงสร้างพื้นฐาน Zug เสนอคุณภาพชีวิตที่ดี ความมั่นคงยั่งยืน และการสนับสนุนทางธุรกิจ
สวิตเซอร์แลนด์เป็นมิตรกับ Crypto และจะให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษกับภาคการศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆ เลิกใช้ความสามารถด้านเทคนิค
หน่วยงานกำกับดูแลพยายามปรับตัว แทนที่จะปิดกั้นบล็อกเชน
ตัวอย่าง โปรเจคในแอฟริกาใต้ สนับสนุดเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดี
ในการประชุม crypto ในเดือนมกราคมนี้ Johann Schneider-Ammann รัฐมนตรีเศรษฐกิจของสวิตเซอร์แลนด์ ได้ประกาศความหวังของเขาว่า “ในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะไม่มีใครพูดถึง Crypto Valley Zug อีกต่อไป แต่จะพูดถึง Crypto-nation Switzerland แทน” ในที่สุด ผู้ใช้ปลายทางรายใหญ่อยู่ใกล้แค่เอื้อมและกระตือรือร้นที่จะให้ความร่วมมือ
เพียง 1 ตัวอย่าง : สมาคมผู้ค้ารถยนต์ชาวสวิส บริษัทประกัน ผู้ควบคุมยานยนต์ และผู้เชี่ยวชาญบล็อคเชน (blockchain) กำลังนำร่อง 'Car Dossier' ซึ่งบันทึกระยะทางของรถยนต์ การบำรุงรักษาและอุบัติเหตุที่ไม่สามารถหลอกลวงได้ ใช่ – blockchain ทำให้เป็นไปได้
What’s next?
โมเมนตัมของ Crypto เติบโตขึ้นเรื่อยๆ สวิตเซอร์แลนด์เป็นผู้นำยุโรปในการดึงดูดเงินทุน
Crypto Valley จะยังคงเป็น “ศูนย์กลางชั้นนำสำหรับบล็อคเชน”
Zug Crypto Valley แห่งสวิตเซอร์แลนด์กำลังกลายเป็นศูนย์กลางคริปโทเคอร์เรนซีของโลก