01/06/2022
๑.พืชสามารถ ดูดสารอาหารทางใบได้หรือไม่
ตอบ✅ อาหารส่วนใหญ่ที่พืชใช้ จะได้มาจากการดูดซึมทางระบบราก ในส่วนของใบเองมี
หน้าที่รับแสง และสังเคราะห์แสง รับและคายน้ำ จากการวิจัยพบว่าสารอาหารต่างๆ สามารถซึมเข้าสู่ใบพืชได้เช่นกัน แม้จะไม่มากเท่ากับสารอาหารที่ได้มาจากระบบราก แต่ก็มีปริมาณที่มากพอให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้เกษตรกรอาจคุ้นเคยกับการทำงานของ ไกลโฟเสต หรือยาฆ่าหญ้า ซึ่งจะออกฤธิยับยั้งการสังเคราะห์แสงของพืช ซึ่งสารไกลโฟเสตนี้ พืชดูดซึมผ่านทางใบ จะเห็นว่าใช้เพียงปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น.
๒.จริงหรือไม่ที่การให้สารอาหารทางใบ ออกฤทธิได้เร็วกว่า การให้ผ่านทางระบบราก
ตอบ✅จริง เพราะจริงๆแล้วสารอาหารต่างๆที่พืช ดูดซึมมา จะต้องถูกลำเลียงมาที่ใบ เพื่อผ่ากระบวนการสังเคราะห์แสงให้เป็นอาหาร จากนั้นอาหารเหล่านี้จะถูกลำเลียงไปยังส่วนต่างๆของพืชอีกที
ดังนั้นสารอาหารที่ให้ทางใบจะเข้าสู่กระบวนสังเคราะห์แสงทันที ที่เริ่มสัมผัสกับพืช จะเห็นว่าการให้สารทางใบจะเป็นการเพิ่มปริมานสารอาหารบนใบพืช จากปกติที่ระบบรากรากของพืชสามารถหามาได้ แต่บางครั้งไม่เพียงพอ ต่อความต้องการของพืช.
๓.ในเมื่อการให้อาหารทีฉีดพ่นทางใบ มีประโยชน์ เราสามารถนำปุ๋ยเม็ดที่ในกระสอบมาละลายน้ำแล้วฉีดพ่นให้กับพืชได้หรือไม่...ได้
ตอบ✅ไม่ได้เพราะสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับพืช เมื่อทำ
การฉีดพ่นทางใบ ต้องเป็นสารอาหารที่พืชสามารถนำไปสังเคราะห์แสงได้ทันที ปุ๋ยเม็ดที่เกษตรกรใช้กันส่วนใหญ่ จะเป็นเกลือของสารประกอบ ซึ่งต้องผ่านการคัดกรองโดยระบบของรากเท่านั้น พืชจึงนำไปใช้ประโยชน์ได้ มิหนำซ้ำ ปุ๋เม็ดบางชนิดอาจทำอันตรายพืช เมื่อให้ทางใบอีกด้วย.
๔.ทำไม การให้ปุ๋ยทางใบ จึงมีสารอาหารน้อยมาก เมื่อเทียบกับทางราก ซึ่งต่างกันมาก
ตอบ✅เนื่องการให้ปุ๋ยทางใบ สารอาหารต่างๆ ต้องอยู่ในสภาพที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันที สารอาหารจึงต้องมีความบริสุทธิ์สูง และการให้ทางใบ มีการสูญเสียไปกับสภาพแวดล้อมต่ำมากกว่ากันเยอะมาก เมื่อเทียบกับการให้ทางราก สารอาหารบางตัว การให้ทางใบเพียง 1 ส่วน จะได้ผลเท่ากับการให้ทางราก 20 ส่วนเลยทีเดียว.
๕.ทำไมสารอาหารทางใบจึงมีราคาสูง แล้วจะได้ผลคุ้มค่าใหม
ตอบ✅เนื่องจากสารอาหารต่างๆ ที่จะให้ทางใบได้ จะต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ถูกนำไปสลาย ให้อยู่ในรูปที่พืช สามารถดูดซึมทางใบและนำไปใช้สังเคราะห์แสงได้ทันที ซึ่งมีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อนกว่า ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นว่า สารอาหารทางใบมีความบริสุทธิ์สูง จึงใช้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังคงต้องใช้ร่วมกับปุ๋ยทางดิน หากมองถึงผลผลิตที่เพิ่มขึ้นมาก ก็นับว่าคุ้มเกินคุ้มทีเดียว.
๖.สารอาหารทางใบ ใส่เพียงเล็กน้อย จะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นได้อย่างไร
ตอบ✅ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า ปริมาณสารอาหารส่วนใหญ่ที่พืชใช้ในการสร้าง
ผลผลิต ยังคงมาจากระบบราก ซึ่งในการเพาะปลูกจริงปริมาณอาหารถูกจำกัดโดย
ประสิทธิภาพของระบบราก ซึ่งจะดีไม่ดีขึ้นอยู่กับสภาพดิน
และคุณภาพน้ำ รวามถึงโรคพืชและแมลง...ต่างๆ
ซึ่งการให้สารทางใบ จะให้สารอาหารกับพืชเพิ่มขึ้นจากที่ระบบรากหาได้ การให้สารอาหารโดยตรงที่ใบจะทำให้อัตราการสังเคราะห์แสงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกระบวนการสังเคราะห์แสงที่เพิ่มขึ้น จะกระตุ้นให้พืชดูดน้ำมากขึ้น ทำให้ระบบรากนำพาสารอาหารเพิ่มเข้าไปในลำต้นมากขึ้นด้วย และทำการสังเคราะห์แสงเพิ่มขึ้นอีก คล้ายปฏิกริยาลูกโซ่ จึงส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้นด้วย.
๗.เมื่อให้สารอาหารทางใบแล้ว จำเป็นต้องให้ทางรากด้วยหรือไม่
ตอบ✅จำเป็นต้องให้ทางรากด้วยเสมอ เพราะจากที่กล่าวมาแล้วข้าต้นนั้น การให้สารอาหารทางใบ เป็นการช่วยกระตุ้นให้พืชได้ดูดสารอาหาร
ทางรากมากขึ้น และลดข้อจำกัดของระบบรากในพืช ที่ดินมีปัญหา ธาตุบางธาตุจึงถูกตรึงไว้ รากไม่สามารถดูดมาใช้ได้ แต่ปริมานสารอาหารส่วนใหญ่ จำเป็นต้องได้มาจากระบบราก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น.
๘.เราสามารถให้สารอาหารทางใบ ได้กับพืชทุกชนิดหรือไม่
ตอบ✅ให้ได้แทบทุกชนิด แต่ประสิทธิ์ภาพในการรับหรือตอบสนอง สารทางใบของพืชแต่บะชนิดไม่เหมือนกันหรือไม่เท่ากัน พืชที่มีใบใหญ่ ปากใบใหญ่ ปากใบกว้างและเปิดนานกว่า จะดูดซึมธาตุอาหารได้ดีกว่ากัน.
๙.ควรฉีดพ่น อาหารทางใบให้กับพืชช่วงใหนดีที่สุด
ตอบ✅ช่วงเช้าถึง 9 โมง คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่พืชเปิดปากใบ เพราะพืชดูดสารอาหารทางใบ เราจึงควรฉีดพ่นในช่วงเวลาที่พืชเปิดปากใบ คือช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด เวลาช่วงเช้าจึงเหมาะสมที่สุด หรือฉีดพ่นตอนเย็น เมื่ออากาศไม่ร้อนแล้ว อุณหภูมิไม่เกิน 27-28 องค์ศา หรือทันทีหลังฝนตกก็ฉีดได้
10.การให้ปุ๋ยหรืออาหารทางใบ วิธีการผสม ก่อนนำไปฉีดพ่น ให้แก่พืช สิ่งที่ควรทำ คือ
ตอบ✅ควรผสมน้ำให้เข้ากันดีก่อน ทีละตัวก่อนเทไปรวมในถัง ที่จะทำการฉีดพ่นให้แก่พืช เพื่อไม่เกิดการหักล้าง ของสารแต่ละชนิด ที่ออกฤทธิ์ทางเคมี การละลายน้ำให้เจือจาง แล้วนำไปเทในถังพ่นที่มีน้ำจำนวนมากขึ้น ลดความเข้มข้นของสารต่างๆได้ดี
❌สิ่งที่ไม่ควรทำคือ นำเอาสารฉีดพ่นทางใบ มาผสม❌ในภาชนะรวมกัน ก่อนเทลงในถังฉีดพ่น ❌เช่นผสมในขวดเดียวกัน เพื่อสดวกในการนำพาของ"ผู้รับจ้างฉีดพ่น"หรือผู้นำไปฉีดพ่น ✅ควรผสมสารแต่ละตัวก่อนเทลงถัง
ฉีดพ่น เพราะปัจจุบันการฉีดพ่นแต่ละครั้ง ค่าแรงสูง เกษตรกรจึงนิยมใส่ทั้ง ✅สารอาหารทางใบ ยาฆ่าเพลี้ย ยาฆ่าหนอน และมีการใช้ร่วมกับยาคลุมหญ้า ยาฆ่าหญ้า ที่ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ทำการฉีดพ่นไปพร้อมกัน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ของเกษตรกรเป็นต้น.