13/05/2026
เคยสงสัยมัั๊๊ยว่าทําไมกระจกต้องมีหลาย กระจกใส, เทมเปอร์,ลามิเนต มาดูกันว่า กระจกแต่ละชนิดควรใช้ตรงจุดไหนในบ้านคุณ
เลือกกระจกให้ถูกจุด เปลี่ยนบ้านให้ตอบโจทย์การใช้งาน
การเลือกกระจกไม่ใช่แค่เรื่องของความใส แต่คือเรื่องของ ความปลอดภัย ความร้อน และความเป็นส่วนตัว มาทำความรู้จักกับประเภทกระจกยอดนิยมที่ใช้กันบ่อยๆ เพื่อให้คุณเลือกใช้ได้ตรงสเปกที่สุดครับ
1. กระจกโฟลตธรรมดา (Float Glass)
เป็นพื้นฐานของกระจกทุกชนิด ผิวเรียบสนิท มีความโปร่งใสสูง
เหมาะสำหรับ: กระจกกรอบรูป ชั้นวางของขนาดเล็ก หรือบานหน้าต่างที่ไม่เสี่ยงต่อการกระแทก
ข้อควรระวัง: เมื่อแตกจะเป็นปากฉลามที่มีความคมสูงและอันตรายมาก
2. กระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass)
กระจกที่ผ่านกระบวนการทำความร้อนสูงและทำให้เย็นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความแข็งแกร่งกว่าปกติ 4-5 เท่า
เหมาะสำหรับ: ฉากกั้นอาบน้ำ (Shower Box), ประตูบานเปลือย, หรือผนังกระจกในจุดที่ต้องปะทะลมหรือการใช้งานบ่อย
จุดเด่น: หากแตกจะกลายเป็นเม็ดข้าวโพดที่มีความคมน้อย ช่วยลดอันตราย
3. กระจกลามิเนต (Laminated Glass)
คือการนำกระจก 2 แผ่นมาประกบกัน โดยมีแผ่นฟิล์ม (PVB) ยึดตรงกลาง
เหมาะสำหรับ: ราวกันตก, กระจกหน้าต่างอาคารสูง, หรือจุดที่ต้องการกันขโมย
จุดเด่น: เมื่อแตก เศษกระจกจะไม่หลุดร่วงออกมาแต่จะติดอยู่กับฟิล์ม ช่วยป้องกันการบุกรุกและเพิ่มความปลอดภัยระดับสูงสุด
4. กระจกอินซูเลท (Insulated Glass)
กระจก 2 ชั้นที่มีช่องว่างอากาศหรือก๊าซเฉื่อยตรงกลาง เพื่อเป็นฉนวนกันความร้อน
เหมาะสำหรับ: ห้องที่ต้องการประหยัดพลังงาน, คอนโดริมถนนที่ต้องการกันเสียงรบกวน
จุดเด่น: กันความร้อนได้ดีเยี่ยมและช่วยลดเสียงจากภายนอกได้อย่างมาก
1. กระจกโฟลตธรรมดา (Float Glass)
เป็นพื้นฐานของกระจกทุกชนิด ผิวเรียบสนิท มีความโปร่งใสสูง
เหมาะสำหรับ: กระจกกรอบรูป ชั้นวางของขนาดเล็ก หรือบานหน้าต่างที่ไม่เสี่ยงต่อการกระแทก
ข้อควรระวัง: เมื่อแตกจะเป็นปากฉลามที่มีความคมสูงและอันตรายมาก
2. กระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass)
กระจกที่ผ่านกระบวนการทำความร้อนสูงและทำให้เย็นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความแข็งแกร่งกว่าปกติ 4-5 เท่า
เหมาะสำหรับ: ฉากกั้นอาบน้ำ (Shower Box), ประตูบานเปลือย, หรือผนังกระจกในจุดที่ต้องปะทะลมหรือการใช้งานบ่อย
จุดเด่น: หากแตกจะกลายเป็นเม็ดข้าวโพดที่มีความคมน้อย ช่วยลดอันตราย
3. กระจกลามิเนต (Laminated Glass)
คือการนำกระจก 2 แผ่นมาประกบกัน โดยมีแผ่นฟิล์ม (PVB) ยึดตรงกลาง
เหมาะสำหรับ: ราวกันตก, กระจกหน้าต่างอาคารสูง, หรือจุดที่ต้องการกันขโมย
จุดเด่น: เมื่อแตก เศษกระจกจะไม่หลุดร่วงออกมาแต่จะติดอยู่กับฟิล์ม ช่วยป้องกันการบุกรุกและเพิ่มความปลอดภัยระดับสูงสุด
4. กระจกอินซูเลท (Insulated Glass)
กระจก 2 ชั้นที่มีช่องว่างอากาศหรือก๊าซเฉื่อยตรงกลาง เพื่อเป็นฉนวนกันความร้อน
เหมาะสำหรับ: ห้องที่ต้องการประหยัดพลังงาน, คอนโดริมถนนที่ต้องการกันเสียงรบกวน
จุดเด่น: กันความร้อนได้ดีเยี่ยมและช่วยลดเสียงจากภายนอกได้อย่างมาก
💡 ทริคการเลือกให้ "ตรงจุด"
เน้นความปลอดภัยสูง: เลือก Laminated Glass
เน้นกันร้อนและเสียง: เลือก Insulated Glass
เน้นความแข็งแรง: เลือก Tempered Glass
เน้นประหยัด: เลือก Float Glass (เฉพาะจุดที่ไม่เสี่ยงอันตราย)
สรุป: ก่อนติดตั้งกระจก อย่าลืมเช็คตำแหน่งการใช้งานและงบประมาณ เพื่อให้ได้กระจกที่สวยงามและคุ้มค่ากับการใช้งานที่สุดครับ
#ความรู้เรื่องบ้าน #กระจกนิรภัย #ออกแบบบ้าน #วัสดุก่อสร้าง #กระจกกันความร้อน