Agere Co., Ltd. Our Services :
- CRM Solution
- Mobile Application
- Website Development
- Window Application
- Onli

Digital Trend 2023
27/01/2023

Digital Trend 2023

Top Brand บน Tiktok ค่า
22/12/2022

Top Brand บน Tiktok ค่า

Big News from Shopee
13/06/2022

Big News from Shopee

BREAKING: Shopee ประกาศ ‘ปลดพนักงานจำนวนมาก’ ในหลายประเทศพร้อมกัน ที่น่าตกใจคือ ทีม ShopeeFood และ ShopeePay ของไทยถูกปลด 50%
Tech in Asia และ Dealstreetasia ต่างรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวของตัวเองว่า Shopee ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซในสิงคโปร์ ประกาศ ‘ปลดพนักงานจำนวนมาก’ ในหลายประเทศพร้อมกัน
การปรับลดงานจะส่งผลกระทบต่อพนักงาน ShopeeFood และ ShopeePay ในหลายตลาดรวมถึงอินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม โดยนอกเหนือจากตลาดบ้านเกิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว Shopee ยังตั้งอยู่ในไต้หวัน บราซิล เม็กซิโก ชิลี และโคลอมเบีย
การตัดสินใจดังกล่าวได้ประกาศให้พนักงานทราบก่อนหน้านี้ในการประชุม Town Hall ระหว่างประเทศ โดยเรื่องนี้ถูกประกาศโดย ผู้บริหารจาก Sea Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Shopee อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลในปลด
พนักงาน Shopee ได้รับแจ้งว่าจะได้รับอีเมล ‘ระบุชื่อ’ ของพนักงานที่ได้รับผลกระทบในเร็วๆ นี้ ขณะที่แหล่งข่าว 2 แหล่งกล่าวกับ Dealstreetasia ว่า เกือบครึ่งหนึ่งของ ShopeeFood และ ShopeePay ในประเทศไทยจะถูกปลดออก
ข่าวการปลดดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่มีข่าวหลุดออกมาเกี่ยวกับการตัดสินใจของ Shopee ในการปิดกิจการในอินเดีย โดยเลิกจ้างพนักงานกว่า 300 คนในประเทศ
จากการตรวจสอบข้อมูลของ THE STANDARD WEALTH ในกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า ปี 2564 ขณะที่ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด มีรายได้ 13,322.18 ล้านบาท บาท เพิ่มขึ้น 129.18% แต่ยังขาดทุน 4,972.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.24%
ด้านบริษัท ลาซาด้า จำกัด มีรายได้ 14,675.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.58% ที่สำคัญคือพลิกกลับมามีกำไรด้วยตัวเลข 226.88 ล้านบาท สวนทางกับปีก่อนหน้าที่ขาดทุน 3,988.77 ล้านบาท

ส่วน ‘บริษัท เซ็นทรัล เจดี คอมเมิร์ซ จำกัด’ มีรายได้รวม 7,443.35 ล้านบาท เติบโตกว่า 113.17 ล้านบาท แต่เมื่อหันไปมองกำไรจะพบว่า ขาดทุนกว่า 1,930.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 40.34% ด้วยกัน
ขณะที่ข้อมูลจาก Ipricethailand ระบุว่า ในไตรมาส 1/65 Shopee เป็นเว็บอีคอมเมิร์ซที่มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ต่อเดือนสูงที่สุดด้วยตัวเลข 56.97 ล้านครั้ง ตามด้วย Lazada ที่มีตัวเลข 36.85 ล้านครั้ง ขณะที่ JD Central นั้นรั้งอันดับ 4 ตามหลัง Central Online โดยมีตัวเลขอยู่เพียง 2.08 ล้านครั้ง

คนญี่ปุ่นไอเดียน่ารักมากๆ
04/06/2022

คนญี่ปุ่นไอเดียน่ารักมากๆ

Google กับการเปิดให้ขอลบข้อมูลเราออกจากการค้นหาได้ค่ะ
29/04/2022

Google กับการเปิดให้ขอลบข้อมูลเราออกจากการค้นหาได้ค่ะ

กูเกิลเปิดให้ขอลบที่อยู่, เบอร์โทร, อีเมล ออกจากผลค้นหาได้
กูเกิลขยายขอบเขตการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล (personally identifiable information - PII) ออกจากผลค้นหาของกูเกิล โดยที่จริงแล้วกูเกิลรับคำร้องถอดผลค้นหาแบบนี้มานานแล้ว แต่จำกัดเฉพาะข้อมูลทางการเงินเป็นหลัก เช่น หมายเลขบัตรเครดิต หรือหมายเลขบัญชี ไปจนถึงเมื่อมีเหตุกลั่นแกล้งกันชัดเจน แต่รอบนี้กูเกิลขยายขอบเขตออกไปให้สามารถขอลบข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล, ที่อยู่, ภาพบัตรประจำตัว, ลายเซ็น
หากกูเกิลยอมรับคำร้องแล้ว กูเกิลอาจจะลบหน้าเว็บนั้นๆ ออกจากผลค้นหาไปเลย หรือจะไม่แสดงผลหน้านั้นๆ เมื่อค้นจากชื่อผู้ยื่นคำร้องเท่านั้นแล้วแต่กรณี
ข้อจำกัดของการยื่นคำร้องไปยังกูเกิลคือหน้าเว็บที่แสดงข้อมูลก็ยังแสดงอยู่ต่อไป และหากบริการค้นหาอื่นๆ ยังแสดงผลก็ยังสืบค้นได้อยู่ดี กูเกิลแนะนำว่าอาจจะต้องติดต่อผู้ให้บริการโฮสต์ข้อมูลโดยตรงเพื่อลบข้อมูลออกไปจริงๆ
อ้างอิง https://blog.google/products/search/new-options-for-removing-your-personally-identifiable-information-from-search/
อ่าน และแสดงความเห็นบนเว็บไซต์ได้ที่นี่ https://www.blognone.com/node/128231

Baskin Robbins กับการ Rebrand ครั้งใหญ่ Logo เปลี่ยนไปเยอะเลยงานนี้
16/04/2022

Baskin Robbins กับการ Rebrand ครั้งใหญ่ Logo เปลี่ยนไปเยอะเลยงานนี้

“Baskin-Robbins” รีแบรนด์ครั้งใหญ่! เปิดเบื้องหลังการออกแบบโลโก้ใหม่ที่ “เลข 31” เด่นชัดขึ้น พร้อมขาย Merchandise
หลังจาก “Baskin-Robbins” (บาสกิ้น ร็อบบิ้นส์) เคยปรับโฉมโลโก้เมื่อปี 2006 ล่าสุดเชนร้านไอศกรีมระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจมายาวนาน 77 ปี ได้ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่อีกครั้ง โดยเปิดตัวโลโก้ใหม่, เครื่องแบบพนักงานใหม่, แพคเกจจิ้งใหม่, ไอศกรีมรสชาติใหม่ รวมถึงเตรียมจำหน่ายสินค้า Merchandise เช่น จักรยาน, หมวกบักเก็ต ผ่านทางร้านค้าออนไลน์เป็นครั้งแรก
ที่ผ่านมาโลโก้ของ “Baskin-Robbins” ใช้เป็นสีชมพู และสีน้ำเงิน เป็น Color Identity มาหลายปี มาพร้อมกับชื่อแบรนด์ มีทั้งตัวอักษรเต็ม “Baskin-Robbins” และตัวย่อ “BR” ที่ดูสนุกสนาน ขี้เล่น
ขณะที่โลโก้ใหม่ ตัวอักษรคมชัด และขรึมขึ้น ขณะที่สีของแบรนด์ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล – ชมพู, สีน้ำตาล – ฟ้า และสีชมพู และขาว เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูโตขึ้น และทันสมัยขึ้น
จุดที่น่าสังเกตอีกประกาศของโลโก้ใหม่ คือ “เลข 31” ที่ถูกออกแบบเป็นส่วนหนึ่งของตัวอักษร “BR” มีความชัดเจนและเด่นชัดขึ้นกว่าโลโก้เวอร์ชั่นปี 2006
เบื้องหลังเลข “31” อยู่คู่แบรนด์ “Baskin-Robbins” มายาวนาน

เส้นทางการเดินทางของ “Baskin-Robbins” กว่าจะมาเป็นเชนร้านไอศกรีมระดับโลก ที่ปัจจุบันมีกว่า 7,700 แห่งทั่วโลก รวมทั้งในไทย จุดเริ่มต้นมาจากชาย 2 คนที่ทำธุรกิจร้านไอศกรีมด้วยกันทั้งคู่ คือ “Burt Baskin” เปิดร้านไอศกรีม Burton’s Ice Cream ในเกลนเดล รัฐแคลิฟอร์เนียในปี 1945 กับ “Irv Robbin” เปิดร้านไอศกรีมในแพซาดีน่า แคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องเขยของ Burt Baskin ต่อมาทั้งคู่ได้รวมธุรกิจเข้าด้วยกัน และก่อตั้งแบรนด์ “Baskin-Robbins”
หากสังเกตบนโลโก้ “Baskin-Robbins” ตั้งแต่อดีต ถึงทุกวันนี้ปรากฏเลข “31” หมายถึงเดือนที่มีจำนวนวันมากที่สุดคือ 31 วัน และจุดเด่นของเป็นร้าน คือ นำเสนอไอศกรีม 31 รสชาติ เพื่อให้ลูกค้ามาลิ้มรสไอศกรีมไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน ซึ่งในขณะนั้นเป็นเรื่องยากที่ร้านไอศกรีมจะมีรสชาติไอศกรีมได้มากเหมือนกับ Baskin-Robbins และเพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภครับรู้ถึงจุดเด่นของแบรนด์ จึงได้ออกแบบโลโก้ และป้ายร้าน ด้วยการใส่เลข “31” เด่นชัดอยู่บนตัวอักษร Baskin-Robbins ด้วย และใช้สีของแบรนด์เป็นสีชมพู – น้ำตาล – ขาว
ต่อมาในปี 1991 ได้ปรับโลโก้ใหม่ นำเลข “31” มาไว้ตรงกลางระหว่างตัวอักษร Baskin กับ Robbins พร้อมทั้งปรับใช้สีชมพู และสีน้ำเงิน
จากนั้นในปี 2006 ได้ปรับโลโก้อีกครั้ง โดยออกแบบเลข “31” เป็นส่วนหนึ่งของตัวอักษร “BR” และด้านล่างมีชื่อแบรนด์เต็ม “Baskin-Robbins”
ขณะที่โลโก้ใหม่ล่าสุดนี้ เป็นการนำ Color Identity ของแบรนด์เมื่อสมัยโลโก้ยุคแรก คือ สีชมพู และสีน้ำตาล กลับมาใช้ และออกแบบเลข “31” เป็นส่วนหนึ่งของตัวอักษร “BR” แต่ให้เห็นเด่นชัดมากกว่าโลโก้ช่วงปี 2006
ถึงปัจจุบัน “Baskin-Robbins” ได้สร้างสรรค์ไอศกรีมมาแล้วกว่า 1,000 รสชาติ แต่ 31 รสชาติดังกล่าวยังเป็นส่วนสำคัญของรากฐานบริษัท นี่จึงทำให้ “Baskin-Robbins” ยังคงเก็บรักษาเลข 31 นี้เอาไว้อยู่คู่กับแบรนด์ เพื่อตอกย้ำถึงการเป็นเชนร้านไอศกรีมที่มีหลากหลายรสชาติให้ได้เลือกรับประทานไม่ซ้ำกันในทุกวัน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.brandbuffet.in.th/2022/04/baskin-robbins-rebrand-and-new-logo/

Bye Bye Asimo
29/03/2022

Bye Bye Asimo

ลาก่อนนะ ASIMO
HONDA ประกาศรีไทร์ “อาซิโม” หลังทำงานมา 20 ปี
“อาซิโม” (Asimo) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สัญชาติญี่ปุ่น ผลงานสร้างสรรค์ของ Honda มีอันต้องประกาศอำลาวงการแล้ว หลังทำงานมานานกว่า 20 ปี
ฮอนด้าพัฒนาอาซิโม และเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2000 ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นเรื่องที่ฮือฮา และสร้างชื่อเสียงให้กับฮอนด้าเป็นอย่างมาก และมักจะมีคลิปพัฒนาการของอาซิโมออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ อย่าง วิ่งด้วยความเร็วสูง กระโดดขาเดียว เทกาแฟลงในแก้วกระดาษ หรือแม้แต่พูดภาษาต่างประเทศกับเด็ก ๆ ฯลฯ
ซึ่งความน่ารักของเจ้าอาซิโม ทำให้หุ่นยนต์ตัวนี้รับหน้าที่ โชว์ตัวต่างประเทศ และต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองของญี่ปุ่นอยู่บ่อยครั้ง โดยเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในปี 2002 ซึ่งเป็นปีที่ฮอนด้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์กครบรอบ 25 ปี จึงมีการส่งอาซิโมไปร่วมฉลองในวันดังกล่าว ส่วนเหตุการณ์ที่สองเป็นตอนที่ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา “บารัค โอบามา” เดินทางมาเยือนญี่ปุ่นในปี 2014 และญี่ปุ่นก็ส่งอาซิโมมาต้อนรับ และพูดกับโอบามาด้วยภาษาอังกฤษ แถมมีการโชว์ทักษะการเตะบอล การกระโดดให้ชมด้วย
อย่างไรก็ดี ตอนนี้ "ฮอนด้า" ได้หยุดพัฒนาอาซิโมแล้ว รวมทั้งวันที่ 31 มีนาคมนี้ จะส่งอาซิโมไปพักผ่อน รีไทร์อย่างเป็นทางการ โดยหลังจากนี้ ฮอนด้าบอกว่าจะยังคงขายสินค้าที่ระลึกของอาซิโมต่อไป และยังคงรักษาคาแรคเตอร์ดังกล่าวไว้ ในฐานะนวัตกรรมด้าน Mobility ของบริษัท

https://www.brandbuffet.in.th/2022/03/honda-retired-asimo-after-20-years-working/

#ฮอนด้า #อาซิโม

สำหรับใครที่อยากเป็น youtuber ค่ะ
16/03/2022

สำหรับใครที่อยากเป็น youtuber ค่ะ

ทำไมยอดคนติดตามถึงไม่ขึ้นสักที เพิ่มยอดผู้ติดตาม YouTube How to Gain Subscriber จะช่วยหาคนดูหรือเพิ่มยอดติดตามให้กับช่องขอ...

Tech American แต่ Fail ที่จีน
15/02/2022

Tech American แต่ Fail ที่จีน

บริษัทเทคโนโลยีอเมริกัน ที่ล้มเหลวในจีน
- ลองใช้ Blockdit เพื่อได้ไอเดียใหม่ ๆ แล้วอาจพบว่า สังคมนี้เหมาะกับคุณ Blockdit.com/download

Destiny Token ก็มา กับ Token สำหรับหนัง บุพเพ 2
29/01/2022

Destiny Token ก็มา กับ Token สำหรับหนัง บุพเพ 2

นอกจากจะเป็นโปรเจ็คที่หลายคนรอคอย “บุพเพสันนิวาส ๒” ยังขออินเทรนด์ ด้วยการผุดเหรียญโทเคนดิจิทัล ในชื่อ “DESTINY Token” ภายใต้การร่วมมือกันของ จีดีเอช ห้าห้าเก้า, บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น และ Kubix สำหรับสนับสนุนโปรเจกต์สร้างภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย

คุณจินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด กล่าวว่า ในฐานะผู้ผลิตภาพยนตร์ไทย นี่คือครั้งแรกในเมืองไทยที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมภาพยนตร์ได้ร่วมลงทุนในภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ ผ่านการเสนอขายโทเคนดิจิทัลในตลาดแรก และมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ตามสิทธิพิเศษที่กำหนด ซึ่งเป็นการสร้างรูปแบบความสัมพันธ์ใหม่จากการเป็นผู้ชมภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว มาเป็นผู้ร่วมลงทุนในภาพยนตร์ รวมทั้งยังเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิพิเศษจากภาพยนตร์อีกมากมาย ถือเป็นการช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน และเชื่อว่าภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ จะสร้างปรากฏการณ์และความสุขให้กับผู้ชมชาวไทยและต่างประเทศอีกครั้ง

ส่วนในด้านเทคนิคการออกโทเคนนั้น คุณเรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) และประธานกรรมการ บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (Kubix) บริษัทในเครือ KBTG อธิบายเพิ่มเติมว่า มาจากการที่ Kubix ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างเป็นทางการ ให้สามารถเริ่มประกอบธุรกิจบริการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) เต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2565 เป็นต้นมา (ธนาคารกสิกรไทยเป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจนี้)

นั่นจึงทำให้ Kubix และ บริษัท สเปเชียล เดสทินี จำกัด (Special Destiny) ซึ่งถือหุ้นโดยบริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด (GDH) และบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด (BTV) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Filing) เพื่อเตรียมเสนอขาย “DESTINY Token” ในตลาดแรก (Initial Coin Offering: ICO) โดยความพิเศษของ DESTINY Token คือเป็นทั้งโทเคนเพื่อการลงทุน (Investment Token) และโทเคนสิทธิพิเศษ (Utility Token) ทำให้นักลงทุนที่ลงทุนใน DESTINY Token จะได้รับทั้งผลตอบแทนในรูปแบบตัวเงิน และสิทธิพิเศษแบบ Exclusive ที่มอบให้เฉพาะผู้ถือโทเคนดิจิทัลเท่านั้น

ทั้งนี้ รูปแบบและรายละเอียดเพิ่มเติมของ DESTINY Token จะมีการเปิดเผยเร็ว ๆ นี้

ปรากฏการณ์นี้ถือว่าไม่ธรรมดา และยังเป็นการสร้างชื่อให้ Kubix ในแง่ของการเป็นพาร์ทเนอร์ด้านการลงทุนด้วยบริการเสนอขายโทเคนดิจิทัล การเขียนและตรวจสอบสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) รวมถึงการให้บริการแพลตฟอร์มเสนอขายโทเคนดิจิทัลแก่นักลงทุนด้วย

https://www.brandbuffet.in.th/2022/01/gdh-broadcast-kubix-launched-destiny-token/

#บุพเพสันนิวาส

FB เลิกทำเหรียญ Libra แล้ว
26/01/2022

FB เลิกทำเหรียญ Libra แล้ว

ด่วน เฟซบุ๊ก เลิกทำเหรียญคริปโท Libra แล้ว /โดย ลงทุนแมน
ถ้าจำกันได้ คำว่า Libra เป็นคำที่เราฮือฮากันว่าเฟซบุ๊กจะทำคริปโทฯ ของตัวเอง
หลายคนจินตนาการไปไกลว่า ถ้า Libra เกิดขึ้นจริง จะทำให้ทุกคนโอนเงินไปมากันได้สะดวกแบบไร้พรมแดน

แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น หลังจากนั้นโครงการ Libra ก็ได้ถูกหน่วยงานกำกับดูแลเข้ามาตรวจสอบ และถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Diem และล่าสุดมาวันนี้โครงการนี้ก็กำลังจะกลายเป็นอดีตสำหรับเฟซบุ๊ก

ล่าสุด สำนักข่าว Bloomberg ได้รายงานว่าทางบริษัท Meta (หรือบริษัทเฟซบุ๊กเดิม) จะขายโครงการสกุลเงิน “Diem” หรือชื่อเดิมคือ Libra ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลแบบ Stablecoin ของทางบริษัทออกไป และจะทำการคืนเงินให้กับเหล่านักลงทุน

โดยมีรายงานว่า Meta ได้เข้าพูดคุยกับนายธนาคาร เกี่ยวกับการขายทรัพย์สินทางปัญญาในโครงการ Diem รวมถึงโยกย้ายวิศวกรที่พัฒนาไปยังโครงการอื่น

สำหรับโครงการสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Diem เป็นโครงการที่ Meta ริเริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 2019 หรือเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ อีก 10 กว่าบริษัท

ในตอนนั้นแนวคิดของ Libra คือการเป็นเหรียญ Stablecoin ที่ผูกกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง Meta หวังว่า Libra จะเป็นสกุลเงินหลักของโลก และเข้ามาปฏิวัติการเงินของโลกด้วย

แต่ที่ผ่านมา โครงการนี้ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลของหลาย ๆ ประเทศ จนถึงขนาดที่ว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก CEO ของ Meta (Facebook) ต้องขึ้นให้การต่อคณะกรรมการสภาด้านบริการทางการเงินของสหรัฐฯ เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับ Libra ด้วย

ซึ่งก็ทำให้กลุ่มสมาชิกองค์กรที่ร่วมมือกันพัฒนาโครงการนี้ ก็เริ่มถอนตัวออกจากโครงการไปเรื่อย ๆ จนภายหลัง ช่วงปลายปี 2020 ต้องมีการรีแบรนด์ จากเดิม Libra เป็น Diem เพื่อปรับภาพลักษณ์ใหม่

ต่อมาก็มีข่าวว่าได้ร่วมมือกับธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง Silvergate ในการออก Diem ที่เป็น Stablecoin ที่อิงกับเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดใช้จริงได้ในปี 2021

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางของสหรัฐฯ (Fed) ก็ออกมาบอกว่า หน่วยงานมีความไม่สบายใจต่อโครงการดังกล่าว และไม่สามารถอนุญาตให้มีโครงการดังกล่าวต่อได้ ซึ่งก็ทำให้ Meta และ Silvergate ไม่สามารถออกเหรียญ Diem ได้

ดังนั้น วันนี้จึงมาถึงจุดจบของโครงการ Diem จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Meta..

ทั้งนี้ Meta ยังมีโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัลในชื่อ “Novi” ซึ่งไม่ได้ถูกยกเลิกไปพร้อมกับโครงการสกุลเงินดิจิทัล Diem และคาดว่ายังสามารถใช้งานผ่านแพลตฟอร์มของ Meta เช่น WhatsApp ได้เช่นเดิม

เพราะเมื่อปลายปีที่แล้ว ทาง Meta ก็เพิ่งได้เปิดให้ผู้ใช้งาน WhatsApp ในสหรัฐฯ ทดลองรับ-ส่ง เหรียญ USDP (Pax Dollars) เหรียญ Stablecoin ที่อิงกับเงินดอลลาร์สหรัฐ และออกโดย Paxos

นอกจากนี้ในอนาคต ต่อให้ไม่มีสกุลเงิน Diem แล้ว ทาง Meta ก็อาจจะรับสกุลเงินคริปโทฯ อื่น ๆ เพิ่มเติมให้ผู้ใช้งานได้แลกเปลี่ยนบนแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram, WhatsApp และโลก Metaverse ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล Novi ได้

สรุปแล้ว Meta อาจจะไม่สนใจในการออกเหรียญแล้ว เพราะมีปัญหามาก ขอแค่พัฒนาเครื่องมือที่รับส่งเหรียญได้ก็พอ..

References:
-https://www.bloomberg.com/news/articles/2022-01-25/zuckerberg-s-stablecoin-ambitions-unravel-with-diem-sale-talks?fbclid=IwAR20MYUfjujttEo5M_Efv-Gt-3dV2vCchT-eqfyH-OKpBVgdp5TjRJgfK2w
-https://www.coindesk.com/business/2020/12/01/libra-rebrands-to-diem-in-anticipation-of-2021-launch/
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 2 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman

ข้อความแรกของการเชื่อมต่อสมองตรงเข้ากับคอมพิวเตอร์
30/12/2021

ข้อความแรกของการเชื่อมต่อสมองตรงเข้ากับคอมพิวเตอร์

คำว่า “Hello World” กลับมาขลังอีกครั้ง หลังทาง Synchron บริษัทผู้พัฒนาระบบเชื่อมต่อระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์ ได้ลองให้ Philip O'Keefe ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) วัย 62 ปี ส่งข้อความใน Twitter แบบไม่ใช้มือพิมพ์ แต่เป็น 'สมอง' แทน !!
ทางบริษัท Synchron ได้ใช้ตัวอุปกรณ์ Brain-Computer Interface (BCI) ที่เรียกว่า Stentrode โดยมีขนาดเพียง 8 มม. เสียบเข้าเส้นเลือดบริเวณคอ ทำให้ O'Keefe สามารถเชื่อมต่อคอมฯ เข้ากับสมองแบบไร้สายได้
โดยผ่านแปลงกระแสไฟฟ้าในสมอง ให้กลายเป็นข้อมูลดิจิตอลนี้เอง ซึ่งข้อดีของอุปกรณ์นี้เลยคือ 'ไม่ต้องทำการผ่าตัด' แต่ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวปีกว่า นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 ที่ได้ติดตั้ง
ล่าสุดทางทีมงานได้ลองให้ใช้ Twitter ผ่านบัญชีของ Thomas Oxley ซีอีโอบริษัท Synchron และนี่คือข้อความทวีตแรกของโลก ที่พิมพ์จากการคิดแทนการพิมพ์ด้วยมือ
https://twitter.com/tomoxl/status/1473805676086370304
“ระบบนี้น่าทึ่งมาก มันเหมือนกับการเรียนรู้ที่จะขี่จักรยาน จนตอนนี้เพียงแค่คิด ก็สามารถระบุจุดที่ต้องการคลิก (ส่วนนี้เองที่เอาไว้พิมพ์ข้อความ) กดส่งอีเมล เข้าธนาคาร ช็อปออนไลน์ และส่งข้อความถึงคนทั้งโลกผ่าน Twitter ได้เลย" O'Keefe กล่าว
นับเป็นอีกก้าวสำคัญของเทคโนโลยี BCI ที่ในอนาคตจะมีความหมายต่อผู้ป่วย ALS กับผู้พิการอีกมากมายแน่นอน โดยจะมีการนำไปประยุกษ์แบบไหนและอย่างไร รอดูกันเลยครับ หรือตัว Neuralink ของ Elon Musk ก็มีกำหนดเตรียมทดสอบกับมนุษย์ในปีหน้านี้ด้วย
ที่มา : https://www.techspot.com/news/92758-als-patient-becomes-first-person-tweet-brain.html
https://www.businesswire.com/news/home/20211222005557/en/Synchron-Announces-First-Direct-Thought-Tweet-%E2%80%9CHello-World%E2%80%9D-Using-an-Implantable-Brain-Computer-Interface

ที่อยู่

466/31 GP House Sathorn, Soi Suanplu
Bangkok
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Agere Co., Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Agere Co., Ltd.:

แชร์